Menu Close

Flea – The hidden danger

หมัดเป็นปรสิตภายนอกที่พบได้ทั้งในสุนัขและแมว

เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่อากาศอุ่น วงจรชีวิตจะเริ่มจากหมัดตัวเมียดูดเลือดสัตว์แล้ววางไข่ ไข่หมัดมีลักษณะเป็นสีขาวไม่เกาะติดขน ดังนั้นไข่จะร่วงตามพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงเดินผ่าน เมื่ออยู่ในที่อุณหภูมิเหมาะสมก็จะพัฒนาเป็นตัวเจริญเติบโตเมื่อโตเต็มวัยจะกระโดดขึ้นตัวสัตว์อีกครั้ง

ปัญหาที่เกิดหลังจากหมัดดูดเลือด คือ สัตว์เลี้ยงจะมีภาวะคัน โลหิตจาง อีกทั้งหมัดเป็นพาหะนำโรคต่างๆ เช่น พยาธิตัวตืด (Dipylidium caninum) พยาธิเม็ดเลือด (Haemobartonellosis) เป็นต้น

ในสัตว์เลี้ยงบางตัวจะมีปฏิกิริยาแพ้โปรตีนในน้ำลายหมัดเป็นพิเศษ เราเรียกภาวะแพ้นี้ว่า Flea allergic dermatitis สัตว์เลี้ยงจะมีอาการคันและเลียตัวเองมากผิดปกติ จนกระทั่งขนร่วง เลือดออก หรือมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเกิดเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองตามตัว บริเวณรอยโรคที่พบมักจะเป็นช่วงด้านบนของหลังสะโพกและโคนหาง

 

วิธีการสังเกตเบื้องต้นคือเมื่อเวลาแหวกขนของสัตว์เลี้ยง ถ้าไม่พบตัวหมัด ก็จะพบสะเก็ดสีน้ำตาลแดง ซึ่งอุจจาระของหมัดที่ย่อยเลือดไม่หมด หรือทดสอบด้วยการเอาสำลีชุบน้ำแล้วเช็ดสะเก็ดแล้วดูว่ามีสีแดงซึ่งเป็นสีของเลือดติดรึเปล่า ถ้ามีแสดงว่าเป็นขี้หมัด

วิธีการรักษาและป้องกันทำได้โดยการกินยาหรือหยอดยาป้องกันหมัด ข้อควรคำนึงคือ หมัดตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ถึง 40-50 ฟอง ปริมาณหมัดที่พบบนตัวสัตว์เลี้ยงจะเป็นเพียงแค่ส่วนน้อย จะมีส่วนมากอยู่ตามสิ่งแวดล้อมดังนั้นการกำจัดป้องกันหมัดจึงต้องทำให้กับสัตว์เลี้ยงทุกตัวที่เลี้ยงและสิ่งแวดล้อมที่สัตว์อาศัยอยู่ ในตัวที่มีปัญหาการแพ้รุนแรงต้องได้รับการรักษากับสัตวแพทย์ทันที

เห็นได้ว่าหมัดเป็นตัวก่อปัญหาหลายอย่าง ดังนั้นเมื่อพบว่าสุนัขมีหมัดแล้วอย่างนิ่งนอนใจ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีนะคะ

ศูนย์โรคผิวหนังโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน มีสาระน่ารู้มาให้เจ้าของสุนัขได้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลสัตว์เลี้ยงของท่านอย่างถูกต้องและถูกวิธี  และหากมีข้อสงสัยสอบถามมาได้ที่  โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน 02-887-8322-3  หรือที่ เฟชบุ๊ค

References
– A colous handbook of skin disease of the dog and cat
– A practice guide to canine dermatology


สพ.ญ.ศรณภัทร ปิยะวรศักดิ์
แผนกโรคผิวหนัง, แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน