ทำอย่างไรเมื่อสุนัขโดนงูพิษกัด

งูในประเทศไทยแบ่งออกเป็น  2  กลุ่มใหญ่ คือ งูพิษและงูไม่มีพิษ  สาเหตุที่ทำให้สัตว์เสียชีวิต
เพราะงูกัดนั้นมาจากถูกงูมีพิษ ( poisoneous  snake ) กัด ซึ่งงูเหล่านี้ได้แก่ งูเห่า งูจงอาง งูกะปะ
งูสามเหลี่ยม งู แมวเซา งูเขียวหางไหม้ เป็นต้น

และท่านทราบหรือไม่ว่า  สุนัขถูกงูพิษชนิดใด กัดมากที่สุด 

จากสถิติการรักษาสุนัขที่ถูกงูกัด ในคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ปรากฏว่า     งูพิษที่กัดสุนัขบ่อยมาก คือ งูเห่าและงูเขียวหางไหม้

 

ทำอย่างไรเมื่อสุนัขโดนงูพิษกัด
งูเห่า

( รูปจาก https://sites.google.com/site/bangchansnake/nguhea )

งูเห่า  ( cobra) เป็นงูมีพิษขนาดกลาง  พิษของงูเห่าสามารถทำลายระบบประสาทรุนแรงที่สุด ( neurotoxin )
งูเห่ามีนิสัยดุร้าย เมื่อตกใจจะขู่ศัตรู มักทำเสียงขู่ “ฟู่ ๆ”   โดยพ่นลมออกมาจากรูจมูก และกางแผ่นหลังที่คอเรียกว่า
“  แผ่แม่เบี้ย ”   สัตว์เมื่อได้รับพิษจากงูเห่าจะมีอาการเจ็บ ปวด บวม แดง ร้อนตรงบริเวณที่ถูกกัด  กล้ามเนื้อ
ส่วนหน้าจะเริ่มเป็นอัมพาต รวมถึงกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจ  น้ำลายไหลมากกว่าปกติ คลื่นไส้ อาเจียน
เดินเซ อ่อนแรง หนังตาตกเหมือนง่วงนอน ชัก และเสียชีวิตในที่สุด

ทำอย่างไรเมื่อสุนัขโดนงูพิษกัด
งูเขียวหางไหม้

(รูปจากhttp://www.neutron.rmutphysics.com/scienceglossary/index.php?option=com_ ontent&task=view&id=11470&Itemid=8 )

งูเขียวหางไหม้ ( green pit viper ) เป็นงูที่มีพิษน้อยสุดในบรรดางูพิษ ทั้งหลาย หางเป็นสีแดงคล้ำเกือบน้ำตาล บางตัวก็เป็นสีแดงสด นิสัย เลื้อยช้า ฉกกัดเมื่อเข้าใกล้  เมื่อโดนพิษจะเจ็บปวดบริเวณที่โดนกัด พิษของงูนี้มีผลต่อระบบเลือด  ( hematotoxin ) ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก  และรบกวนกระบวนการแข็งตัวของเลือด ส่งผลให้เลือดหยุดยาก บางรายมีอาการรุนแรงในระยะต่อมาถึงขั้น ไอเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล  ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีเลือดออกที่สมอง  ไตวายเฉียบพลัน เป็นต้น

ข้อควรปฏิบัติเมื่อสัตว์เลี้ยงโดนงูกัดก่อนนำส่งโรงพยาบาลสัตว์

1.ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในที่ที่สงบจะได้ไม่ตื่นเต้น และตกใจมากจนเกินไป  เพื่อลดการแพร่กระจาย
ของพิษงูให้ช้าลง
2.ห้ามขันชะเนาะเหนือบริเวณที่โดนกัด เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือดไปเลี้ยง และเกิดเนื้อตายได้
3.หากเจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความจำเป็นต้องล้างแผลที่สุนัขโดนงูกัด ควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันการสัมผัสพิษ
โดยตรง วิธีการล้างแผลเบื้องต้น ควรบีบเอาเลือดที่บริเวณปากแผลออก เนื่องจากมีการปนเปื้อนพิษงู
ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ(ห้ามใช้ปากดูดพิษจากปากแผลเด็ดขาด)
4.หากเป็นไปได้ควรนำซากงูมาด้วย เพื่อประโยชน์ในการระบุชนิดงู และเลือกใช้เซรุ่มให้ตรงตามชนิดงู
หากเจ้าของนำมาไม่ได้ ควรถ่ายรูปหรือจำลักษณะและสีของงูให้ได้
5.นำสุนัขส่งโรงพยาบาลสัตว์ให้เร็วที่สุด

ในระหว่างนำสุนัขมาโรงพยาบาลสัตว์หากท่านสามารถติดต่อโทรแจ้งให้โรงพยาบาลสัตว์ทราบรายละเอียด
ของงูที่กัดสุนัข จะช่วยทำให้ทางสัตวแพทย์สามารถเตรียมการรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สพ.ญ.จุฑาพร ถาวรศิริ
แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน