หลักการจัดสิ่งแวดล้อมที่ดีต่อใจน้องแมว

คนเลี้ยงแมวคงจะทราบกันดีว่าแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีนิสัยและพฤติกรรมเฉพาะตัวที่แตกต่างจากสุนัข
หรือสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆอยู่มาก บางครั้งถึงแม้จะอยู่ด้วยกันทุกวัน เราก็ยังอาจไม่เข้าใจว่าน้องแมว
ต้องการอะไร บทความนี้จะกล่าวถึงหลักการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมตามธรรมชาติของแมว
เพื่อให้เจ้าของแมวที่ยังไม่ทราบหรือหลงลืมไป ได้เข้าใจเพื่อจะได้จัดการให้แมวในบ้านมีความสุขมากยิ่งขึ้น

1.อย่าลืมให้แมวมีที่ซ่อน

ตามธรรมชาตินั้นแมวไม่ว่าแมวจะอยู่ตัวเดียวหรืออยู่รวมฝูง แต่เวลาล่าเหยื่อ แมวจะล่าเหยื่อตามลำพัง
ดังนั้น หากแมวได้รับบาดเจ็บจนล่าเหยื่อไม่ได้อาจส่งผลร้ายถึงชีวิต  ดังนั้น แมวจึงมักมีนิสัย “ปลอดภัยไว้ก่อน”
เมื่อมีสัญญานของภัยอันตรายอะไรมาแมวมักเลือกหนีและหลบซ่อนก่อนที่จะต่อสู้ แม้แต่แมวเลี้ยงในบ้าน
เมื่อรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยจาก กลิ่น เสียง สิ่งแปลกปลอม หรือคนแปลกหน้าแมวมักหลบไปซ่อนเสมอ ดังนั้น
ภายในบ้านควรมีที่สำหรับให้แมวซ่อนหรือเฝ้าระวังภัย ที่ซ่อนที่แมวชอบมักเป็นที่สูง ที่มีความเป็นส่วนตัว
อาจมีสิ่งมาปกปิดไม่ให้ถูกเห็นตัว หรืออย่างน้อยมีสิ่งปิดบังไม่ให้แมวมองเห็นสิ่งคุกคามนั้น การพาแมว
เดินทางก็เช่นเดียวกันควรใช้กล่องทึบหรือใช้ผ้ามาปกคลุมไม่ให้แมวมองเห็นสิ่งรบกวน

2.เตรียมของจำเป็นให้พอ

ของจำเป็นสำหรับน้องแมวประกอบด้วย บริเวณที่ให้อาหาร,น้ำดื่ม,สถานที่ขับถ่าย,ที่ข่วนเล็บ,
สถานที่เล่น-พักผ่อน  และบริเวณที่สำหรับนอนหลับ โดยมีเพียงพอสำหรับแมวทุกตัวและให้แมวมี
โอกาสเลือก ดังนั้น เจ้าของแมวควรมีสิ่งจำเป็นเหล่านี้มากกว่าจำนวนแมวในบ้านอย่างน้อย 1 จุดเสมอ
และ  ในบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัวรวมกันควรตั้งแต่ละจุดให้ห่างกัน แมวอาจมีการจับกลุ่มเป็นพวกเดียวกัน
และนอนหรือเล่นในบริเวณเดียวกัน แต่เราก็ควรที่จะเตรียมบริเวณที่ให้อาหาร,น้ำดื่มและสถานที่ขับถ่าย
ให้เพียงพอสำหรับทุกตัว

3.ให้แมวได้เล่นและได้ล่า

แมวจะมีความเป็นนักล่าในตัวแม้แต่ในแมวเลี้ยงในบ้าน โดยมักแสดงออกให้เห็นผ่านการหาเหยื่อ
เช่น การไล่จับจิ้งจก,แมลงต่างๆในบ้าน แมวที่ไม่มีโอกาสมีพฤติกรรมเหล่านี้เลยอาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ เช่น อ้วน,เบื่อหน่าย,อาจมีพฤติกรรมผิดปกติ เช่น ก้าวร้าว,เลียตัวเองมาก(overgrooming)
และอาจมีโรคที่เกิดจากความเครียดได้เจ้าของสามารถให้แมวในบ้านได้มีพฤติกรรมการล่าผ่านของเล่นที่ให้แมวจำลองการจับเหยื่อ  ของเล่นที่ทำให้แมวต้องมีการค้นหาก่อนจึงจะได้กินอาหารหรือแม้แต่การวางอาหารเม็ดไว้ห่างกันหลายๆตำแหน่งให้แมวได้ไล่หา

4.แมวชอบสิ่งที่เป็นมิตรและคาดเดาได้

แมวชอบสิ่งที่คาดเดาได้ (ไม่ชอบเรื่องแปลกประหลาดใจ) เป็นมิตรและมีความสม่ำเสมอ แมวแต่ละตัว
จะชอบเข้าสังคมกับแมวตัวอื่นหรือมนุษย์มากน้อยต่างกัน การได้รับการดูแลจากเจ้าของที่ดีและอ่อนโยน
ในระหว่างช่วงที่แมวกำลังสร้างการเรียนรู้ทางสังคม (อายุ 2-7 สัปดาห์ )จะทำให้แมวปรับตัวเข้ากับคนได้ดี
ในระยะยาว วิธีการเข้าหาแมวเราควรเคลื่อนเข้าใกล้แมวอย่างช้าๆ โดยทำตัวต่ำอยู่ในระดับเดียวกับแมว
หลีกเลี่ยงการจ้องตากัน อาจยื่นมือให้แมวได้ดมกลิ่นเพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนและถ้าแมวแสดงอาการ
ผ่อนคลายและแสดงอาการว่าอยากปฏิสัมพันธ์ให้เห็น จึงค่อยๆลูบบริเวณหัวและคางของแมวในการ
ปฏิสัมพันธ์กับแมว แต่ละครั้งเราควรให้แมวเป็นผู้ควบคุม เมื่อแมวอยากจบการปฏิสัมพันธ์หรือจากไป
ควรปล่อยไป ไม่ควรบังคับฝืนใจแมว

  1. กลิ่น

แมวจะอาศัยการดมกลิ่นและการรับรู้ถึงฟีโรโมนซึ่งเป็นสารเคมีที่จะใช้สื่อสารระหว่างกัน เพื่อประเมินความปลอดภัยในสิ่งแวดล้อมที่กำลังอาศัยอยู่ โดยแมวมักจะมีการทำเครื่องหมาย (marking) โดยการใช้ใบหน้า,ลำตัวถูไถหรือใช้อุ้งเท้าข่วนรอบๆบริเวณที่อยู่ เพื่อให้มีกลิ่นและฟีโรโมนติดอยู่ซึ่งจะแมวทำให้รู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยมากขึ้น ในการทำความสะอาดบ้านแต่ละครั้ง เจ้าของควรให้ความสำคัญกับกลิ่นของแมวด้วย โดยหลีกเลี่ยงการทำให้กลิ่นของแมวหายไปทั้งหมดในทีเดียว ไม่ควรซักเบาะที่นอนของแมวทั้งหมดพร้อมกัน ควรหมุนเวียนให้ยังหลงเหลือกลิ่นของแมวบ้าง เมื่อมีการซื้อของใช้มาใหม่หรือมีสิ่งของที่มีกลิ่นแปลกปลอมสำหรับแมว เจ้าของไม่ควรนำเข้ามาในบ้านทันที อาจเสื้อผ้าที่มีกลิ่นของแมวไปสัมผัสเพื่อให้มีกลิ่นที่คุ้นเคยติดไว้ก่อนแล้วจึงนำเข้าบ้าน เมื่อต้องพาแมวไปแปลกที่เช่นโรงพยาบาลสัตว์หรือฝากที่โรงแรมสัตว์เลี้ยงการนำของใช้ที่มีกลิ่นแมวติดไปด้วย หรือใช้ฟีโรโมนสังเคราะห์ฉีดพ่นจะทำให้แมวรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้นได้ แมวจะฝากกลิ่นไว้โดยการใช้หน้าถูหรือข่วนที่ต่างๆเพื่อให้รู้สึกถึงความปลอดภัยในสิ่งแวดล้อมนั้น

แมว สัตว์เลี้ยงน่ารักที่คุณจะยอมจำนน เมื่อได้เลี้ยงและหลงตัวไปเป็นทาสแมวอย่าง ไม่รู้สึกตัว การจัดสิ่งแวดล้อมที่ดี 5 สิ่งนี้ คือ  ที่ซ่อนตัว ของใช้ส่วนตัวที่จำเป็น  ของเล่น  การเข้าหาที่เป็นมิตร และกลิ่น  ล้วนเป็นเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันกับแมว ที่จะทำให้แมวได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ทำให้แมวปลอดภัยและอยากอยู่กับคุณด้วยความสุขใจไปตลอด

ปรึกษาปัญหาหรือสอบถามวิธีการดูแลแมวได้ที่ศุนย์รักษาแมว โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน โทร 02-887-8321-3

Reference : AAFP and ISFM Feline Environmental Needs Guidelines; Journal of Feline Medicine and Surgery(2013) 15, 219–230

น.สพ.เอื้อพงศ์ วราทร
แผนกรักษาโรคแมว, แผนกโรคผิวหนัง
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน