เทคนิคการป้อนยาน้องแมว

เทคนิคการป้อนยาน้องแมว

ปัญหาระดับโลกของคนเลี้ยงแมวบางท่านก็คือ การป้อนยาน้องแมวไม่ได้ บางท่านอาจจะเพราะไม่เคยป้อน
บางท่านอาจไม่ทราบเทคนิคการป้อนยาแมว หรือบางรายก็เป็นเพราะน้องแมวดื้อและไม่ให้ความร่วมมือใน
การป้อนยา วันนี้เรามีเทคนิคในการป้อนยาน้องแมวมาฝากกันค่ะ

ยาเม็ด วิธีการป้อนยาเม็ดที่ดีที่สุด แต่อาจจะทำไม่ได้กับน้องแมวทุกตัวก็คือ การเปิดปากและป้อนยาลง
ไปในปากน้องแมวโดยตรงเลย วิธีนี้ทำได้โดยใช้มือข้างซ้าย หรือข้างที่เราไม่ถนัดจับปากด้านบนตรงร่อง
หลังฟันเขี้ยวทั้งสองข้าง แล้วใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของมืออีกข้างจับเม็ดยาไว้ ใช้นิ้วกลางดันกรามล่างให้อ้าออก
รีบหย่อนเม็ดยาให้ลงตรงโคนลิ้น และปิดปากแมว เอามือลูบคางและคอของแมว (อาจจะใช้วิธีลูบจมูกแมวหรือ
เป่าลมใส่จมูกแมวก็ได้ค่ะ) เพื่อกระตุ้นให้เกิดรีเฟล็กซ์การกลืน เมื่อแมวทำท่ากลืนแล้วจึงค่อยคลายมือที่
ปิดปากแมวออก ถ้าเจ้าของหย่อนเม็ดยาไม่ลงตรงโคนลิ้น แต่ไปเข้ากระพุ้งแก้มหรืออยู่ที่ปลายลิ้น
แมวก็จะคายยาออกมาได้ และบางตัวอาจจะมีอาการน้ำลายไหล เคี้ยวปากจนน้ำลายเป็นฟองฟ่อดได้
เพราะไม่ชอบรสชาติของยาค่ะ

ในกรณีที่แมวค่อนข้างดิ้น หรืออาจใช้เท้าตะกุยแขนเจ้าของ แต่แมวยังพอจับอ้าปากป้อนยาได้ ก็ให้เจ้าของ
อีกคนมาช่วยจับขาและตัวแมวไว้ ถ้าไม่มีผู้ช่วยจับแมวอาจจะเอาเท้ามาข่วนได้ ให้เจ้าของเอาผ้าขนหนู
ผืนใหญ่และหนาพอควร มาห่อรอบตัวแมวให้มิดจนถึงคอ ให้โผล่ออกมาแต่หัว วิธีนี้จะช่วยให้แมวสงบ
ดิ้นรนน้อยลง และยังช่วยลดอันตรายหรือแผลข่วนจากน้องแมวได้ค่ะ

เทคนิคการป้อนยาน้องแมว
การป้อนยาน้องแมว

 

นอกจากการใช้นิ้วมือป้อนยาโดยตรงแล้ว เจ้าของอาจจะลองหาซื้ออุปกรณ์สำหรับจับเม็ดยา
และใช้ป้อนยาเม็ดเข้าไปในปาก จะช่วยลดความเสี่ยงจากการโดนน้องแมวกัดมือลงได้
(แต่ไม่แน่ใจนะคะ ว่ามีขายที่ใดบ้าง)

ในกรณีที่ไม่สามารถเปิดปากเพื่อป้อนยาได้โดยตรง เจ้าของอาจใช้วิธีบดยาเม็ดให้ละเอียด และนำไป
กวนผสมกับอาหารเสริมสัตว์ป่วยแบบเจลให้เข้ากัน แล้วป้ายตรงริมฝีปากบนของแมว หรือที่เหงือกทีละน้อย
ไปเรื่อยๆจนได้ปริมาณยาครบตามที่กำหนด โดยอาหารเสริมแบบเจลนี้จะช่วยกลบรสชาติเฝื่อนๆของยา
ช่วยให้ป้อนยาได้ง่ายโดยที่จำเป็นต้องอ้าปากแมว และยังช่วยเสริมพลังงานและวิตามินในกรณีที่แมวป่วยทาน
ได้น้อยอีกด้วยค่ะ ในกรณีที่เจ้าของไม่มีอาหารเจล อาจใช้น้ำผึ้งหรือน้ำซอสเกรวี่ข้นๆ (ที่ใช้ราดแต่งกลิ่น
อาหารเม็ดเพื่อให้อาหารน่ากินมากขึ้น)สำหรับน้องแมวมาใช้แทนก็ได้ค่ะ แต่จะเหลวกว่าการใช้อาหารเจล
อยู่ซักหน่อย

ส่วนการยัดยาปนลงไปในเม็ดอาหาร อาจทำได้ในกรณีที่น้องแมวค่อนข้างตะกละ กินอาหารทีเดียวหมดชาม
เม็ดยามีขนาดเล็กและไม่มีกลิ่นยาชัดเจนนัก (ในปัจจุบันมียาบางชนิดที่มีการแต่งกลิ่นเนื้อสัตว์ลงไปในยา
เพื่อช่วยกลบรสชาติเฝื่อนๆของยา ทำให้สัตว์ยอมกินยาได้ง่ายขึ้น) แต่น้องแมวบางตัวมีนิสัยจู้จี้ กินอาหารยาก
การใช้วิธียัดยาลงในอาหารคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะเราจะไม่สามารถแน่ใจว่าน้องแมวกินยาไปแล้ว
หรือยัง หรือน้องแมวบางตัวอาจจะได้กลิ่นยาและพาลไม่กินอาหารชามนั้นไปเลยก็มีค่ะ

ยาน้ำ อุปกรณ์ในการป้อนยาน้ำที่ควรมีก็คือ กระบอกฉีดยาหรือไซริงค์ (แบบไม่มีหัวเข็มฉีดยานะคะ)
วิธีการป้อนยาก็คือ ดูดยาใส่หลอดไซริงค์ตามปริมาณที่กำหนด หลังจากนั้นให้เจ้าของใช้มือข้างที่ไม่ถนัด
จับริมฝีปากด้านบนของแมวข้างใดข้างหนึ่งขึ้น แหย่ปลายไซริงค์ไปในปาก บริเวณร่องฟันหลังฟันเขี้ยว
แล้วค่อยๆดันยาเข้าไปในปากแมวช้าๆอย่างสม่ำเสมอจนหมดยาที่เราดูดมา ยาบางอย่างอาจมีรสชาติ
เฝื่อนที่แมวไม่ค่อยชอบ ไม่ว่าเจ้าของจะป้อนยังไง แมวอาจจะมีอาการพ่นน้ำลาย หรือเคี้ยวปากจนน้ำลาย
แตกฟองเต็มปากได้นะคะ

ดังนั้นเมื่อเจ้าของได้รับยาน้ำมาป้อนแมวจากสัตวแพทย์ อาจจะถามคุณหมอไว้ด้วยก็ได้ว่า ยาตัวนี้ขมหรือไม่
หรือว่าป้อนแล้วจะมีน้ำลายยืดไหม? ถ้าเจออาการเหล่านี้จะได้ไม่ตกใจ หรืออาจจะขอคุณหมอให้หันมา
จ่ายยาในรูปแบบยาเม็ดแทนก็ได้ค่ะ ท้ายนี้ ก็หวังว่าน้องแมวของท่านจะแข็งแรงไม่ต้องทานยา การอ่านวิธีป้อนยา
ทั้งหมดนี้จะเป็นแค่อ่านเพื่อเพิ่มความรู้และไปบอกต่อกับท่านที่ไม่ทราบ…..หมอขอให้แมวทุกตัวในโลกแข็งแรงนะคะ

 

สพ.ญ.อรญา ประพันธ์พจน์ 
แผนกอายุรกรรม, แผนกศัลยกรรม, แผนกโรคหัวใจ

โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

 

 

ใส่ความเห็น