เห็บสุนัข

ชื่อวิทยาศาสตร์  Rhipicephalus sanguineus

ชื่อสามัญคือ brown dog tick

เห็บ (Ticks) เป็นปรสิตภายนอกที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย มีหลายสายพันธุ์แต่
สายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุดในสุนัขเลี้ยงในประเทศไทยคือ Rhipicephalus sanguineus มีรูปร่างแตกต่าง
กันขึ้นกับช่วงชีวิตโดยเห็บตัวเต็มวัยจะมีขา 8 ขา และเห็บจะมีส่วนหัวไม่ชัดเจนแต่จะเห็นส่วนที่เป็นปาก
ยื่นออกมาทางตอนหน้า ตัว เห็บจะใช้ส่วนปากของมันแทงผิวหนังของสุนัขและฝังปากของมันเข้าในชั้นใต้
ผิวหนังเพื่อเกาะบนตัวสุนัข แล้วดูดกินเลือดเป็นอาหาร

เห็๋บสุนัข
http://www.pestid.msu.edu/InsectsArthropods/BrownDogTickRhipicephalussanguineus/tabid/287/Default.aspx
วงจรชีวิตเห็บหมัด
วงจรชีวิตเห็บหมัด

วงจรชีวิตของเห็บสุนัขค่อนข้างซับซ้อนเนื่องจากเห็บมีการขึ้นลงหรือเข้าออกตัว สัตว์หลายครั้ง โดยมีระยะ
ที่สำคัญ 4 ระยะคือ ไข่ (Egg), ตัวอ่อน (Larva หรือ Seed ticks) มี 6 ขา, ตัวกลางวัย (Nymph) มี 8 ขา
และตัวเต็มวัย (Adult) มี 8 ขา

http://www.tickencounter.org/tick_identification/brown_dog_tick
http://bugguide.net/node/view/188130

เริ่มต้นจากเห็บตัวเต็มวัยมีรูปร่างแบน(จากบนลงล่าง) มีขา 8 ขา สีน้ำตาลแดง มี ขนาดยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร
เห็บเพศผู้จะไม่เปลี่ยนขนาดมากนักเนื่องจากมันดูดกินเลือดเป็นระยะเวลาสั้นๆและจะเดินหาเพศเมียเพื่อผสมพันธุ์
ในขณะที่ตัว เต็มวัยเพศเมียจะเกาะดูดกินเลือดจำนวนมากจนตัวเป่งขยายขนาดเป็น 12 มิลลิเมตรเมื่อมันดูด
กินเลือดจนเต็มที่และได้รับการผสมพันธุ์มันจะถอนส่วนปาก ออกจากผิวหนัง หล่นจากตัวสุนัขแล้วไปหาที่วางไข่

▪  เห็บเพศเมียจะหาที่วางไข่โดยเฉพาะบนพื้นดินบริเวณที่เป็นซอก มุมหรือขอบรอย ต่อของบ้าน เห็บตัวเมีย
สามารถไต่ขึ้นที่สูงในแนวตั้งฉากกับพื้นได้ ดังนั้น บาง ครั้งเราจะพบว่ามันจะไต่กำแพงไปวางไข่ตามรอยแตกบน
กำแพงหรือฝาผนังบ้านได้ด้วย โดยเห็บตัวเมีย 1 ตัวจะวางไข่ประมาณ 4,000 ฟอง
▪  ไข่จะใช้เวลาฟักนานประมาณ 17 – 30 วัน และฟักออกมาเป็นตัวอ่อน (larva หรือ Seed ticks) ที่มี 6 ขา
▪  ตัวอ่อนของเห็บ (larva หรือ Seed ticks) จะเคลื่อนที่ได้ว่องไวมาก ตัวอ่อนนี้จะขึ้นไปดูดกินเลือดบนตัวสุนัข
ประมาณ 2 -3 วัน เมื่ออิ่มแล้วจะหล่นจากตัวสุนัข ไปหาที่ลอกคราบ กลายเป็น ตัวกลางวัย(Nymph) ซึ่งมีขนาดใหญ่
ขึ้นและมี 8 ขา  ตัวกลางวัยนี้จะขึ้นดูดกินเลือดบนตัวสุนัขอีก และจะหล่นลงสู่พื้น เมื่อกินอิ่มแล้วเช่นกัน จากนั้นจะ
ทำการลอกคราบกลายเป็นตัวเต็มวัย ซึ่งจะต้องขึ้นบนตัวสุนัขอีกเพื่อดูดเลือดและผสมพันธุ์ต่อไป วงจรชีวิตของ
เห็บชนิดนี้จะ สมบูรณ์ได้ในเวลา ประมาณ 45-50 วัน

การก่อโรค (ความสำคัญทางการแพทย์และสัตวแพทย์)

▪  ทุกระยะของเห็บยกเว้นไข่จะดูดกินเลือดของสุนัขเเละสัตว์เลี้ยง รวมถึงคนด้วยแต่ไม่บ่อยนัก
▪  การดูดกินเลือดจำนวนมากเนื่องจากติดเห็บจำนวนมากจะส่งผลให้สุนัขเเละสัตว์เลี้ยงเกิดภาวะโลหิตจาง
▪  รอยกัดของเห็บจะทำให้เกิดบาดแผลบนผิวหนังของสุนัข ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่สภาวะผิวหนังอักเสบ
ติดเชื้อเป็นหนอง
▪  ก่อให้เกิดความรำคาญและอาการคัน เนื่องจากการกัด น้ำลายเห็บ การอักเสบของผิวหนัง ทำให้สุนัข
ไม่สบายตัว เกาและเกิดแผลตามมาได้
▪   เห็บยังเป็นพาหะของเชื้อพยาธิในเม็ดเลือด
▪   โรคไข้เห็บ (Babesiosis)
▪   Ehrlichiosis
▪   Hepatozoonosis

ซึ่งส่งผลให้สุนัขเจ็บป่วย มีไข้สูง โลหิตจาง และนำไปสู่การเสียชีวิต

การกำจัดเห็บจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการดูแลสุขภาพสุนัข เพราะนอกจากการดูแลไม่ให้เกิดเห็บบน
ตัวสุนัขแล้วยังต้องดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้เหมาะสำหรับการวางไข่ด้วย ยาที่ใช้กำจัดก็ควรจะมี อย เพื่อความ
ปลอดภัยกับชีวิตของสุนัขของเรา

หากต้องการรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่
ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน โทร 02-877-8321-3

Reference

  • Dame DA, Fasulo TR. (2002, July 16). Mites and Ticks.
    Public Health Pesticide Applicator Training Manual.
    http://entomology.ifas.ufl.edu/fasulo/ vector/chapter_05.htm (26 June 2003).
  • Fasulo TR. (2002). Fleas and Ticks and Wasps and Bees. Bug Tutorials.
    University of Florida/IFAS. CD-ROM. SW 159.
  • KU-VIM. Vet.ku.ac.th

 

สพ.ญ.กนกพรรณ โชติกวณิชย์
แผนกศัลยกรรม, แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน