โรคของสุนัขที่มาในฤดูฝน

โรคของสุนัขที่ควรระวังในฤดูฝน

หน้าฝนมาเยือนทำให้เราต้องดูแลรักษาสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวกันมากขึ้น แต่สมาชิกในครอบครัว
ที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงคนเท่านั้น ยังหมายถึงบรรดาน้องหมาน้องแมว สัตว์เลี้ยงแสนรักของเรากันอีกด้วย
พวกเค้าก็ต้องการการดูแลมากขึ้นในหน้าฝนเช่นกัน ช่วงหน้าฝน สัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะเกิดปัญหา
เป็นไข้ไม่สบายได้ง่าย ยิ่งถ้าเราไม่ทราบถึงอาการของโรคด้วยแล้ว วิธีการรักษายิ่งยากมาก
ดังนั้นเราจึงควรทราบการดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณก่อนเบื้องต้น เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณแข็งแรง สุขภาพดี
และไม่เป็นโรคร้ายแรงอย่างอื่นตามมา

ระบบผิวหนัง

หน้าฝนเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง ภาวะอับชื้นก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้เกิดโรคผิวหนังได้ง่าย อาจจะมีตุ่ม
ผื่นคัน ยิ่งถ้ามีการติดเชื้อก็จะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ หรือเป็นเชื้อราได้ ซึ่งจะพบได้บ่อยตามบริเวณใบหูด้านใน
ง่ามนิ้วเท้า รอบจมูกหรือรอบตา โดยทั่วไปโรคผิวหนังที่พบในบ้านเรา ส่วนมากจะมาจากหลายสาเหตุร่วมกัน
เช่น เป็นทั้งเชื้อรา ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือขี้เรื้อนรูขุมขนร่วมด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าของควรจะหมั่นดูแลเรื่องผิวหนัง
ขน ของเขา ต้องให้แห้ง อย่าปล่อยให้เปียก หรือชื้น หากพบว่าสุนัขมี ตุ่มคัน เกา สะบัดหูบ่อย ๆ หากดูว่ามาก
ผิดปกติควรจะรีบพาไปหาหมอ เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะกลายเป็นโรคผิวหนังชนิดเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้เวลาในการ
รักษานานรวมถึงต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและดูแลในปริมาณที่สูงตามมา

เมื่อเราทราบแล้วว่า “ความเปียกชื้น” เป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรค
ผิวหนังในสุนัข ดังนั้นเรื่องของการดูแลความสะอาดผิวหนังและขนของสุนัขจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในหน้าฝนแบบนี้การ
ให้สุนัขหลีกเลี่ยงความเปียกชื้นอาจทำได้ยาก เจ้าของจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความสะอาด
และความเปียกชื้น โดยอย่าปล่อยให้ขนของสุนัขเปียกชื้นเป็นเวลานานๆ เมื่อพบว่าเขาไปวิ่งตากฝนจน
ตัวเปียกหรือรู้สึกว่าขนของสุนัขเริ่มชื้น ให้รีบเช็ดให้หมาด แล้วเอาไดร์เป่าขนให้แห้ง

ระบบทางเดินหายใจ

โรคระบบทางเดินหายใจที่สำคัญ ได้แก่ โรคปอดบวม สัตว์จะเริ่มแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร จมูกแห้ง มีไข้สูง
น้ำมูก น้ำตาไหล ไอ หายใจเร็วและถี่ หายใจลำบาก และสัตว์จะแสดงอาการอ้าปากหายใจให้เห็น
โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส โรคนี้สามารถทำให้สัตว์ป่วยและตายได้
พบได้กับสัตว์ทุกเพศทุกวัยทุกชนิด

ดังนั้น ในช่วงนี้ เราก็ควรให้เขาได้อยู่ในที่อุ่น ๆ และแห้ง ไม่ชื้น ในบางครั้งถ้าตัวไหนเขาขี้หนาวอาจจะต้อง
หาเสื้อให้เขาใส่ โดยท่านอาจจะตัดเย็บเองหรือซื้อเสื้อสุนัขที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปก็ได้ ให้ใส่ในช่วงกลางคืน
หรือในช่วงที่ฝนตกแล้วอากาศเย็น ถ้าสังเกตว่าเขามีอาการไอ หรือมีน้ำมูกไหล ควรจะพาไปหาหมอทันที
อย่าพยายามหายาให้ทานเอง เพราะสุนัขและแมวไม่เหมือนคน ซึ่งอาจจะแพ้ยาบางตัว และมีอันตรายถึงชีวิตได้

เห็บ-หมัด

ปัจจุบันในปีหนึ่งๆ สุนัขมักมีอาการเจ็บป่วยเนื่องจากเห็บในปริมาณมากเป็นอันดับต้นๆ เลยที่เดียว ถ้าเทียบกับ
การเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น ๆ เห็บเป็นทั้งพาหะนำโรค คือ พยาธิในเม็ดเลือดหรือไข้เห็บ และเห็บ ยังเป็นตัวที่ทำให้
สัตว์อ่อนแอ โลหิตจาง เนื่องจากเห็บดูดเลือด ซึ่งจะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของสัตว์ลดต่ำลง ทำให้สัตว์ติดเชื้อและ
เกิดโรคได้ง่าย รวมทั้งภูมิอากาศในบ้านเราร้อนชื้นเหมาะสำหรับการแพร่พันธุ์ของเห็บ ยิ่งในช่วงหน้าฝนอันตราย
จากการเจ็บป่วยเนื่องจากเห็บจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งโรคที่เกิดจากเห็บโดยตรง และโรคอื่นอันเนื่องมาจาก
สัตว์อ่อนแอ เพราะถูกเห็บดูดเลือด การกำจัดเห็บถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

เห็บสุนัข
เห็บสุนัข

ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในการกำจัดเห็บหมัดมีหลายรูปแบบให้เลือก มีทั้งยาฉีด ยาอาบ ยาหยดหรือสเปรย์
ซึ่งเจ้าของควรทำความเข้าใจในการใช้ให้ถูกต้องหรือปรึกษาสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญเสียก่อน และยิ่งใน
ช่วงหน้าฝน การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

โรคพยาธิเม็ดเลือด

โรคพยาธิเม็ดเลือดในน้องหมาบ้านเรานั้นเกิดได้จากเชื้อหลักๆ 3 เชื้อ คือ Erhlichia (เออร์ลิเชีย),
Babesia (บาบีเซีย) และ Hepatozoon (เฮปปาโตซูน) ซึ่งการติดต่อของโรคพยาธิเม็ดเลือดนี้นั้นจะ
เกิดจากการถูกเห็บกัด หรือสุนัขกินแทะตัวและกินเห็บเข้าไปค่ะ

อาการที่มักพบในน้องหมาที่ติดพยาธิเม็ดเลือด คือ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ มักจะพบว่ามีสีเหงือกและเยื่อเมือกซีด
กว่าปกติ หรืออาจมีภาวะตัวเหลือง เลือดหลุดไหลยาก อาจพบมีเลือดกำเดาไหล ปัสสาวะมีเลือดปน
หรืออาจมีจุดหรือปื้นเลือดออกตามตัว เมื่อตรวจเลือดจะพบว่ามีปัญหาเกล็ดเลือดต่ำและเลือดจาง อาจพบว่า
มีปัญหาตับ/ไตอักเสบร่วมด้วย ในบางรายอาจพบการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเข้าสู่ระบบประสาท ทำให้มีอาการ
ทางประสาท มีอาการช่องหน้าตาและ/หรือจอตาอักเสบ ซึ่งทำให้อาจพบอาการตาบอดเฉียบพลันได้ นอกจาก
นี้ในบางรายอาจพบภาวะภูมิคุ้มทำลายเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดตัวเอง และน้องหมาอาจเสียชีวิตลงได้
ถ้าได้รับการรักษาไม่ทันท่วงที

การรักษาโรคนี้ค่อนข้างได้ผลดี ถ้าตรวจพบและเริ่มรักษาได้เร็ว และไม่มีอาการแทรกซ้อนมากนัก
ส่วนการป้องกันนั้นทำได้โดยการกำจัดพาหะของโรค ซึ่งก็คือเห็บนั่นเอง

สพ.ญ.อรญา ประพันธ์พจน์
แผนกอายุรกรรม, แผนกศัลยกรรม, แผนกโรคหัวใจ
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน