โรคฉี่หนูในสุนัข

Leptospira spp. เป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่มีรูปร่างเป็นเกลียว  ( Spirochetes) เคลื่อนที่ได้
ส่วนปลายเป็นตะขอ เป็นเชื้อแบคทีเรียที่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ทั้งในคนและในสัตว์
และเป็นโรคสัตว์สู่คน( Zoonosis ) เชื้อนี้สามารถดำรงและคงทนอยู่ในสิ่งแวดล้อม
ได้เป็นระยะเวลานาน การติดเชื้อสามารถติดได้โดยตรงจากสัตว์ที่มีเชื้อหรือปนเปื้อน
จากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ทางบาดแผลจากการสัมผัสที่ผิวหนัง เยื่อเมือก

 โรคฉี่หนูในสุนัข Canine Leptospirosis
วงจรโรคฉี่หนูในสุนัข

รูปจาก   https://www.researchgate.net/figure/26791528_fig1_Epidemiology-of-
leptospirosis-Carrier- animals-domestic-or-wild-cycle-leptospires

สุนัขที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียนี้ จะมีอาการทางคลินิกตั้งแต่แบบอ่อนๆจนถึงขั้นรุนแรง เชื้อนี้จะก่อโรค
ในสุนัขได้ทุกช่วงอายุ และมีประวัติการเลี้ยงแบบปล่อย มักพบการป่วยในคนและระบาดในสัตว์
ช่วงฤดูฝนและน้ำท่วม  กลุ่มสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนู ( reservoir host ) ถือเป็นแหล่ง
รังโรคสำคัญ เนื่องจากเชื้อจะเพิ่มจำนวนและเก็บกักเชื้อในท่อไตได้นานและแพร่เชื้อนี้ออกทางปัสสาวะ

อาการแสดงทางคลินิก

สุนัขที่ได้รับเชื้อนี้แสดงอาการได้หลากหลาย  เช่น มีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนแรง เคลื่อนไหวลำบาก ตัวเหลือง
ตาแดง  เป็นต้น สุนัขที่ได้รับเชื้อแล้วแสดงอาการป่วยอย่างเฉียบพลัน (acute leptospirosis ) มักมีอาการไตวายเฉียบพลัน หรือความผิดปกติของตับ เช่น ปัสสาวะบ่อย กินน้ำบ่อย หรือปัสสาวะน้อยจนถึงไม่มีปัสสาวะเลย
ดีซ่าน(ตัวเหลือง) รวมถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง อาเจียน ท้องเสีย  เป็นต้น
ในสัตว์ป่วยบางตัวอาจพัฒนาไปสู่ ภาวะไตวายเรื้อรังได้

การป้องกัน

ควรพาสุนัขไปรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคนี้  แต่ใช่ว่าการทำวัคซีนจะสามารถคุ้มโรคได้ เนื่องจากโรคนี้ถูกจำแนกได้หลากหลาย ซีโรวาร์ ( serovar )** ซึ่งบ้านเราใช้วัคซีนที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และประเทศไทยยังขาดการรายงานและข้อมูลของซีโรวาร์ที่ก่อโรค ซึ่งต้องศึกษาเพิ่มเติม

** โรคฉี่หนูเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียรูปเกลียว (เรียกว่า สไปโรชีต/spirochete) ชื่อ เล็บโตสไปร่า (Leptospira) ซึ่งมีหลายชนิด มีทั้งชนิดที่ก่อโรคและชนิดที่ไม่ก่อโรค ซึ่งในทางปฏิบัติ แบ่งชนิดเชื้อแยกย่อยตามวิธีการตรวจหาสารประกอบบนตัวแบคทีเรียจากเลือดของคน เรียกแต่ละชนิดย่อยว่า ซีโรวาร์ (Serovars) ซึ่งแบ่งออกได้มากกว่า 250 ซีโรวาร์

การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การหลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขไปเล่นน้ำ หรือแช่น้ำที่สงสัยว่าอาจจะมีการปนเปื้อนเชื้อ
เป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณน้ำที่มีการท่วมขัง และหมั่นทำความสะอาดบริเวณที่เลี้ยง
เพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค

เมื่อพบอาการผิดปกติดังกล่าวควรพาสัตว์เลี้ยงไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อทำการวินิจฉัยยืนยัน
ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การตรวจทางซีรั่มวิทยา การตรวจทางอณูชีววิทยา(PCR) และกักบริเวณสุนัขที่
สงสัยการป่วยโรคนี้ไว้ เนื่องจากเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่สัตว์และ สัตว์สู่คน  โดยสัตวแพทย์จะทำ
การรักษาตามอาการผิดปกติที่ตรวจพบ

เอกสารอ้างอิงและแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

Katharine F. Lunn. Leptospirosis in Dogs. http://www.msdvetmanual.com

สพ.ญ. จุฑาพร ถาวรศิริ
แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน