โรคขี้เรื้อนแห้ง ขี้เรื้อนเปียก

โรคไรขี้เรื้อนในสุนัข

แบ่งเป็นโรคขี้เรื้อนแห้ง  โรคขี้เรื้อนเปียก

โรคไรขี้เรื้อนเปียกในสุนัข ชนิดSarcoptes scabiei  var canis  ไรขี้เรื้อนแห้ง
ไรขี้เรื้อนแห้ง

โรคขี้เรื้อนแห้ง สาเหตุ :
ไรขี้เรื้อน Sarcoptes scabiei  var canis แหล่งที่อยู่ อาศัยอยู่บริเวณใต้ผิวหนังชั้น
Stratum corneum ถ้าสภาพแวดล้อมเหมาะอาจจะมีชีวิตอยู่ได้นาน แต่ไม่สามารถอาศัยอยู่
ในสภาพแวดล้อมนอกตัวสัตว์ได้เป็นเวลานานๆ(~ 3 วัน) วงจรชีวิตอาจจะอยู่ได้นานประมาณ
2-3 สัปดาห์  โดยตัวแก่จะผสมพันธุ์ที่ผิวหนังแล้วตัวเมียจะขุดโพรงและไปวางไข่ที่ใต้ผิวหนัง
แล้วตัวอ่อนจะกลับมาอยู่บนผิวหนังและพัฒนาเป็นตัวแก่ต่อไป

อาการ บริเวณที่เป็นจะพบลักษณะขนร่วง อาจจะมีตุ่มแดงๆตามผิวหนัง จะแสดงอาการคันมาก
รอยโรคจะกระจายตัวเร็วมาก อาการคันเกิดจากตัวไรทำให้ผิวหนังระคายเคืองรวมทั้งปล่อยสารพิษ
ทำให้ผิวหนังมีอาการแพ้

บริเวณที่สามารถสังเกตเห็นรอยโรคได้บ่อยๆ : คือ ปลายใบหู บริเวณใต้ท้อง ข้อศอก
และข้อเท้าด้านนอก การติดต่อ  ติดต่อโดยการสัมผัสกับสุนัขที่เป็นโรคหรือสิ่งของที่ปนเปื้อน
เชื้อขี้เรื้อนโดยมีระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 3 สัปดาห์ หลังได้สัมผัสกับเชื้อไรขี้เรื้อน

การตรวจวินิจฉัย ใช้วิธีการขูดตรวจหาไรขี้เรื้อนที่ผิวหนังจากรอยโรคที่สงสัย แต่การขูดอาจ
ไม่พบตัวไรได้เพราะโอกาสไม่พบสูงถึง 70%

การรักษา มีทั้งการใช้เป็นยาที่ใช้ผสมน้ำอาบ หรือว่าเป็นยากินและยาที่เป็นแบบฉีด เพราะวิธี
การรักรักษาแต่ละวิธีไม่เหมือนกันและความถี่ในการใช้ยาก็ไม่เหมือนกัน ซึ่งการใช้ควรอยู่ใน
การดูแลของสัตวแพทย์นะครับเพราะถ้าใช้ผิดวิธีหรือใช้ยาเกินขนาดอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

การป้องกัน ระวัง!!! ไม่ให้สุนัขอยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ที่เป็นโรคขี้เรื้อนแห้ง อุปกรณ์ที่ใช้ในการ
แต่งตัวควรแยกเป็นของแต่ละตัว หรือ ถ้าจำเป็นต้องใช้ร่วมกันควรทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาใช้

โรคไรขี้เรื้อนในสุนัขชนิด Demodex spp. ไรขี้เรื้อนเปียก
ไรขี้เรื้อนเปียก

โรคไรขี้เรื้อนเปียกหรือไรขี้เรื้อนขุมขน สาเหตุ ไรขี้เรื้อน Demodex spp. แหล่งที่อยู่ :
อาศัยอยู่บริเวณรูขุมขนหรือต่อมไขมัน โดยวงจรชีวิตอยู่ประมาณ 20-35 วัน โดยตัวผู้ที่ผสมพันธุ์แล้ว
จะตายส่วนตัวเมีย จะเข้าไปอยู่ในรูขุมขนหรือต่อมไขมันและวางไข่ หลังจากไข่ฟักแล้วตัวอ่อนจะไต่
มาอยู่ที่บริเวณบนผิวหนังแล้วจะไปอยู่ในรูขุมขนอันใหม่

อาการ จะปรากฏได้ 2 แบบคือ   แบบเฉพาะแห่ง คืออาการที่พบได้คือจะมีขนร่วงตามใบหน้า หน้า
หัว แก้ม ริมฝีปาก รอบตา โดยแบบเฉพาะแห่งจะมีตำแหน่งที่ขนร่วงประมาณ 1-5 ตำแหน่ง   แบบกระจาย
ทั่วตัว คือ อาการที่พบได้คือจะมีขนร่วงกระจายทั่วตัว ผิวหนังอาจจะเปลี่ยนสีและอาจจะหนาตัวขึ้นอาจ
มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนทำให้ผิวหนังอักเสบ คัน

การติดต่อ ติดโดยการสัมผัสจากสุนัขไปสุนัข โดยติดจากแม่สุนัขที่เป็นพาหะไปสู่ลูกภายในช่วง
72 ชม.แรกคลอดเท่านั้น!!! (ติดในช่วงดูดนมแม่)

พันธุ์ที่มีความเสี่ยง :

  • Stafford shire bull terrior
  • Old English sheep dog
  • West hightland white terrior
  • French bulldog
  • Pug
  • English bull terrior
  • Shar pei
  • Shih tzu
  • Boston terrior


การตรวจวินิจฉัย :
ใช้วิธีการขูดตรวจหาไรขี้เรื้อนที่ผิวหนังจากรอยโรคที่สงสัย โดยการขูดที่ผิวหนังชั้นลึกถ้า
ในรายที่เป็นแบบเฉพาะแห่ง  90% จะสามารถหายได้เอง แต่อีก 10% จะพัฒนาจนกลาย
เป็นแบบกระจายทั่วตัว

การรักษา :

การรักษาอาจจะใช้แค่แชมพูที่ช่วยรักษาขี้เรื้อนขัดบริเวณที่เป็น ถ้ามีอาการคันอาจจะให้ยากลุ่ม
แก้แพ้เพื่อช่วยบรรเทาอาการ
ถ้าในรายที่เป็นแบบกระจายทั่วตัว การรักษาอาจจะต้องใช้ยาฆ่า
ตัวไรขี้เรื้อนซึ่งมีทั้งแบบกิน แบบหยอดหลัง ร่วมกับการใช้แชมพูที่ช่วยรักษาขี้เรื้อน ถ้ามีการติดเชื้อ
แบคทีเรียร่วมด้วยอาจจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อช่วยคุมการติดเชื้อแบคทีเรีย ถ้ามีอาการคันอาจ
จะให้ยากลุ่มแก้แพ้เพื่อช่วยบรรเทาอาการ
การรักษาโรคขี้เรื้อนเปียกนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการ
รักษาค่อนข้างนาน และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและ “เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด” ถ้าสุนัขเครียด
หรือภูมิคุ้มกันถูกกดจะทำให้เชื้อกลับขึ้นมาเป็นได้อีกการป้องกัน ดูแลสุนัขให้มีสุขภาพดีแข็งแรง
ให้อาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ควรถ่ายพยาธิในทางเดินอาหาร และไม่พยามทำให้สุนัขเกิด
ความเครียด เพราะโรคนี้ถ้าสุนัขอ่อนแอภูมิคุ้มกันลดลงเชื้อไรขี้เรื้อนที่ไม่แสดงอาการอาจจะ
เพิ่มจำนวนและทำให้เกิดโรคได้

น.สพ.เชาวลิต สุทธะลักษณ์
แผนกอายุรกรรม, แผนกโรคเบาหวาน, แผนกโรคผิวหนัง
โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

ใส่ความเห็น