Menu Close

ภาวะคลอดยากในสุนัขเกิดจากอะไร ปัญหาใหญ่ของน้องหมาตั้งครรภ์

เมื่อไหร่ก็ตามที่สุนัขที่บ้านตั้งท้อง เราเชื่อว่าต้องมีหลายคนแน่นอนที่ตื่นเต้ับการที่ลูก ๆ ที่บ้านจะได้เป็นคุณแม่ลูกดก คอยเตรียมนู่นเตรียมนี่กันยกใหญ่เพื่อทำคลอดให้สุนัข แต่ปัญหาหนึ่งที่เกิดบ่อยมากแต่หลายคนอาจไม่ทันคิดคือแม่สุนัขอาจเกิด ภาวะคลอดยาก (Canine dystocia) หรือก็คือการที่แม่สุนัขไม่สามารถคลอดลูกออกมาตามธรรมชาติได้ หากไม่มีใครสังเกตหรือดูออกว่าสุนัขกำลังเกิดภาวะนี้ก็อาจทำให้การตั้งครรภ์นี้เกิดความเสี่ยงที่แม่สุนัขและลูกสุนัขจะเสียชีวิตทั้งคู่ เราจึงอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะคลอดยากในสุนัขเพื่อรับมือหากน้องหมาตัวไหนกำลังเกิดภาวะนี้กันค่ะ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะคลอดยากในสุนัข เช่น 

  1. ภาวะมดลูกเฉื่อย (uterine inertia) อาจจะมาจากตัวแม่มีอาการเจ็บป่วยหรือมีอายุมากแล้ว กระดูกเชิงกรานหัก เชิงกรานมีขนาดเล็กหรือตีบแคบ
  2. ท่าของลูกสุนัขไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมในการคลอด 
  3. ลูกสุนัขมีขนาดศีรษะโตกว่าขนาดช่องเชิงกรานของแม่
  4. ลูกสุนัขมีความผิดปกติแต่กำเนิด
  5. ลูกสุนัขเสียชีวิตในท้อง

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าแม่สุนัขอยู่ในภาวะคลอดยาก

  1. แม่สุนัขมีอายุครรภ์มากกว่า 70-72 วัน โดยนับจากวันที่มีการผสมพันธุ์ครั้งแรก หรือมากกว่า 68-70 วัน นับจากวันที่มีการผสมครั้งสุดท้าย
  2. เมื่ออุณหภูมิในตัวแม่สุนัขลดลงต่ำกว่า 37.8°C (100°F) แล้วยังไม่มีการคลอดภายใน 24 ชั่วโมง
  3. ช่วงระยะเวลาระหว่างการคลอดลูกสุนัขแต่ละตัวห่างกันมากกว่า 2 ชั่วโมง 
  4. มีอาการเบ่งอย่างหนักมามากกว่า 30 นาที แต่ลูกสุนัขไม่ออกมา
  5. พบของเหลวสีเขียวหรือสีแดงน้ำตาลไหลออกมา โดยที่แม่สุนัขไม่มีอาการเบ่งและไม่มีการคลอด หรือพบเลือดสดปริมาณมากไหลออกจากช่องคลอดในขณะสุนัขมีอาการเบ่ง 
  6. พบการบีบตัวของมดลูกแบบอ่อนและไม่มีการคลอด หรือพบการบีบตัวของมดลูกแบบแรงและไม่มีการคลอด ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการกีดขวางในช่องคลอด 
  7. แม่สุนัขมีไข้ อาเจียน หมดสติ หรือช็อคในขณะคลอด

*หากพบภาวะดังกล่าวอย่างน้อย 1 ข้อข้างต้น ควรพามาพบทันที

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขจะคลอดยากรึเปล่า

ปัจจัยที่ทำให้สุนัขเกิดภาวะคลอดยากนั้นมีได้หลายสาเหตุ ดังนั้นเจ้าของจึงควรพาสุนัขมาตรวจและตรวจครรภ์เป็นระยะเพื่อให้แน่ใจว่าแม่สุนัขจะสามารถคลอดลูกได้ตามธรรมชาติ ซึ่งการตรวจส่วนใหญ่จะมี 2 แบบ คือ 

  1. ให้สัตวแพทย์ประเมิน ควรรอจนอายุครรภ์ประมาณ 55 วันเป็นต้นไป เพื่อให้ขนาดลูกสุนัขโตอย่างเต็มที่ โดยสัตวแพทย์จะประเมินด้วยการวัดขนาดศีรษะของลูกเทียบกับเชิงกรานของแม่สุนัข หากพบว่ามีแนวโน้มคลอดยากหรือขนาดไม่สมส่วน สัตวแพทย์จะแนะนำให้นัดวันครบกำหนดคลอดเพื่อช่วยลูกสุนัข
  2. ใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ช่วยวินิจฉัยว่าลูกสุนัขยังมีชีวิตหรือไม่ โดยดูการเต้นของหัวใจ ดูความแข็งแรงของลูกสุนัข สภาพมดลูกของแม่สุนัข รวมถึงคาดคะเนวันคลอด ซึ่งเครื่องเอ็กซเรย์จะช่วยบอกจำนวนลูกสุนัขได้แม่นยำกว่าการอัลตร้าซาวด์ แต่จะไม่สามารถบอกได้ว่าลูกสุนัขยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

การรักษาภาวะคลอดยากในสุนัข 

สุนัขที่มีภาวะคลอดยาก สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการพามาโรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้สัตวแพทย์ช่วยในการคลอด โดยสัตวแพทย์จะทำการให้ยาเพื่อไปช่วยเพิ่มการบีบตัวของมดลูก 

การผ่าตัดคลอดควรตัดสินใจทำก็ต่อเมื่อแม่สุนัขไม่สามารถคลอดผ่านช่องเชิงกรานตามปกติได้ เช่น มีเชิงกรานแคบ ใช้เวลาคลอดนานเกินไป เกิดภาวะช็อค มีการกีดขวางของช่องคลอด หรือการใช้ยาไม่ได้ผล

ปัญหาการคลอดยากในสุนัขเป็นสิ่งที่คนเลี้ยงสุนัขไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นหมายถึงหลายชีวิตที่อาจต้องสูญเสียไป เจ้าของควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อหาวิธีการคลอดที่ดีที่สุด หรือหากไม่มั่นใจสามารถพาแม่สุนัขมาฝากคลอดที่โรงพยาบาลสัตว์เพื่อให้คุณหมอช่วยทำคลอดจะได้อุ่นใจก็ได้นะคะ

แหล่งอ้างอิง

สพ.ญ.ศศิร์พัช กิตติสารธรรมา () สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

สพ.ญ.อรญา ประพันธ์พจน์ (หมอนุ่น) สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน