Menu Close

อย่าวางใจ สุนัขและแมวโลหิตจาง อันตรายกว่าที่คิด

เลือด เป็นองค์ประกอบสำคัญในร่างกายที่ทำให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เมื่อไหร่ที่สุนัขและแมวมีภาวะโลหิตจาง คือมีปริมาณเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินในร่างกายลดลง ทำให้ให้การลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำได้น้อย จึงส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจนทำให้ร่างกายของน้องหมาน้องแมวเกิดอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร และภาวะโลหิตจางนี้ยังอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมาก เพื่อไม่ให้ของเราเกิดอันตรายถึงชีวิต ลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโลหิตจางกัน

ปกติเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ในการนำออกซิเจนจากการหายใจไหลเวียนเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยอาศัย “ฮีโมโกลบิน” และพาของเสียในรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจากเซลล์เพื่อกำจัดออกจากร่างกายต่อไป ดังนั้นเมื่อสุนัขและแมวมีปริมาณเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินในร่างกายลดลง การขนส่งออกซิเจนในร่างกายจึงทำได้น้อย ส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย

อาการของภาวะโลหิตจาง

สัตว์เลี้ยงที่มีอาการ จะมีอาการที่สังเกตได้ คือ 

  1. เบื่ออาหาร
  2. ซึม อ่อนเพลีย 
  3. เหงือกสีซีดลง
  4. เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว
  5. ปัสสาวะสีแดงหรือสีน้ำตาล
  6. อุจจาระสีดำ 

หากเจ้าของสังเกตพบอาการดังกล่าวควรพาสัตว์เลี้ยงมาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดเพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุ เนื่องจากภาวะโลหิตจางเป็นอาการที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ เมื่อทราบสาเหตุแล้วสัตวแพทย์จึงจะทำการวางแผนมสาเหตุได้อย่างเหมาะสม 

สาเหตุของภาวะโลหิตจางที่พบได้บ่อย  

สาเหตุที่ทำให้สัตว์เลี้ยงเป็นโรคโลหิตจางสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

1.การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง

เม็ดเลือดแดงถูกสร้างที่ไขกระดูกเป็นหลัก เมื่อร่างกายของสัตว์ขาดสารอาหารหรือระบบการย่อยอาหารผิดปกติจึงทำให้ไม่สามารถดูดซึมธาตุเหล็กหรือวิตามินที่จำเป็นในการสร้างเม็ดเลือดได้ หรือการขาดฮอร์โมนจากภาวะไตวาย การติดเชื้อหรือมีเซลล์มะเร็งแพร่กระจายมาที่ไขกระดูก ก็จะทำให้การสร้างเม็ดเลือดแดงลดลงได้เช่นกัน

2.การทำลายเม็ดเลือดแดงมากขึ้น

2.1  

การที่สัตว์เลี้ยงเกิดภาวะโลหิตจางจากสาเหตุนี้ส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดที่มี ‘เห็บ' เป็นพาหะ ความรุนแรงของโรคจะแตกต่างกันตามชนิดของเชื้อ ปริมาณของเชื้อในกระแสเลือด และภูมิต้านทานของสัตว์

2.2 ยาพาราเซตามอล 

เจ้าของบางคนเชื่อว่าสุนัขและแมวสามารถกินยาพาราเซตามอลเวลาเจ็บได้ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ในตับของสัตว์ โดยเฉพาะแมว ไม่มีกระบวนการขจัดพิษของยาพาราเซตามอล จึงมีผลทำให้เกิดการทำลายเซลล์ตับและทำลายเม็ดเลือดจนเปลี่ยนสภาพไม่สามารถขนส่งออกซิเจนได้อย่างปกติ หากได้รับมาก ๆ อาจทำให้สัตว์เลี้ยงเสียชีวิตได้ในเวลาต่อมา  

2.3 กระเทียมและหัวหอม 

ผักคู่ห้องครัวที่เรามักนำไปใช้ปรุงในอาหารอย่างกระเทียมและหัวหอม หลายคนอาจไม่รู้ว่าสองอย่างนี้มีสารที่เป็นอันตรายต่อฮีโมโกลบินที่ทำหน้าที่ขนส่งออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดถูกทำลายเร็วขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้สัตว์เลี้ยงปัสสาวะเป็นสีแดงหรือน้ำตาลและเกิดภาวะเลือดจางตามมา

3.การเสียเลือดจากร่างกาย

3.1 เสียเลือดแบบเฉียบพลัน (Acute blood loss) คือการมีเลือดออกจากอวัยวะภายในหลังเกิดอุบัติเหตุ หรือเสียเลือดมากหลังจากการผ่าตัด

3.2 เสียเลือดแบบเรื้อรัง (Chronic blood loss) เกิดได้จากพยาธิปากขอ ทำให้เลือดออกจากแผลในทางเดินอาหาร หรือมีเลือดไหลจากก้อนเนื้องอกหรือก้อนมะเร็ง

การรักษา

การรักษาโรคโลหิตจางขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค เจ้าของจึงควรพาสุนัขและแมวที่มีอาการมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ โดยสัตวแพทย์จะทำการวินิจฉัยและรักษาตามสาเหตุเพื่อที่จะหยุดการเสียเลือดหรือหยุดการทำลายเม็ดเลือดให้เร็วที่สุด เพราะการเกิดภาวะเลือดจางขั้นรุนแรงจะส่งผลทำให้อวัยวะภายในได้รับความเสียหายหรือทำงานล้มเหลวจนทำให้สัตว์เลี้ยงเสียชีวิตได้ในที่สุด ดังนั้นการพามาวินิจฉัยหาสาเหตตุ้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีประโยชน์ต่อการรักษาภาวะโลหิตจางในสุนัขและแมวอย่างมาก เพราะในบางครั้งภาวะโลหิตจางอาจทำให้เกิดโรคอื่นที่ร้ายแรงตามมาอีกได้

 

แหล่งอ้างอิง

สพ.ญ.กุญชรี ประกาลัง (หมอกุ๊กไก่) โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์. https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/936/Anemia

Interpharma Group. https://bit.ly/3Q0OXoC