Menu Close

6 ทริคอ่านฉลากอาหารสัตว์ อ่านยังไงให้เป๊ะให้ปัง

อาหารที่สัตว์กินในแต่ละมื้อล้วนส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์โดยตรง สำหรับคนรักสัตว์ ใคร ๆ ก็อยากเลือกซื้ออาหารที่ดีที่สุดเพื่อลูกรักที่บ้านของเรากันใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้นจะให้เขากินอะไรตามใจไม่ได้หรอกนะ! การเลือกซื้ออาหารสัตว์จึงต้องพิจารณาหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการอ่านฉลากโภชนาการที่อยู่ข้างถุงอาหาร

ฉลากอาหารสัตว์เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับเจ้าของในการตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร หากคนเลี้ยงสัตว์ทุกคนมีความเข้าใจเกี่ยวกับฉลากก็จะสามารถซื้ออาหารที่มีคุณภาพเหมาะกับลูกรักตัวน้อยของเราที่บ้านได้

หลายคนหลังจากอ่านฉลากแล้วอาจจะรู้สึกว่าข้อมูลเยอะ ตัวหนังสือเรียงกันเต็มไปหมด แล้วเวลาซื้อจะต้องดูอะไรบ้างล่ะเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมหรือข้อมูลทางโภชนาการ เราจึงมาแนะนำวิธีการอ่านฉลากอาหารสัตว์เพื่อเป็นตัวช่วยให้แก่เจ้าของในการตัดสินใจเวลาซื้ออาหารว่าเราจะดูฉลากข้างถุงยังไงได้บ้าง มาดูกัน 

1.ส่วนผสมและสารอาหาร

คนเราเวลาเลือกซื้ออาหารก็ต้องเลือกที่มีส่วนผสมที่ดี มีสิ่งที่เรากินแล้วไม่เกิดอาการแพ้หรือก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย การเลือกซื้ออาหารสัตว์ก็ควรทำเช่นเดียวกัน อาหารสัตว์เลี้ยงที่ดีควรจะต้องบอกว่าในอาหารประกอบด้วยส่วนผสมอะไรบ้าง ซึ่งรายการของส่วนผสมจะเรียงลำดับตามน้ำหนักจากปริมาณมากไปน้อย ผู้เลี้ยงสัตว์ทุกคนจึงควรเลือกพิจารณาส่วนผสมทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อคุณภาพของอาหาร โดยตามมาตรฐานแล้วส่วนผสมหลักในอาหารสัตว์ 3 อันดับแรก ควรเป็นส่วนผสมที่มาจากเนื้อสัตว์จริง ๆ ไม่ใช่ผลพลอยได้จากสัตว์ (by Product) อย่างน้อย 2 อันดับ เพราะโปรตีนถือเป็นพลังงานหลัก และ 5.5% ควรเป็นไขมันตามที่สภาวิจัยแห่งชาติหน่วยวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของสถาบันการศึกษาแห่งชาติได้แนะนำไว้

นอกจากนี้ยังควรดูสารอาหาร ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเสริมสร้างประโยชน์ภายในร่างกาย ฉลากอาหารสัตว์ทั้งหมดจะต้องระบุปริมาณโปรตีนและไขมันขั้นต่ำในอาหารและร้อยละสูงสุดของเส้นใยและความชื้น ฉลากอาหารบางรายการจะระบุเปอร์เซ็นต์ของส่วนผสมอื่น ๆ ด้วย เช่น แคลเซียมและฟอสฟอรัส 

2.สารปรุงแต่ง

BHA, BHT, Ethoxyquin และ Sodium Nitrate เป็นสารปรุงแต่งที่ไม่ควรมีอยู่ในอาหารสุนัข หรือถ้ามีก็ควรมีอยู่ในปริมาณที่น้อยที่สุด สารดังกล่าวเป็นสารกันบูดที่ใส่เพิ่มในอาหารเพื่อให้สามารถเก็บอาหารไว้ได้นาน ถ้าหากฉลากระบุไว้ว่าเป็นสารกันบูดประเภท BHA, BHT, Ethoxyquin จะส่งผลเสียต่อสุขภาพของสัตว์ในระยะยาว ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติหรืออาจก่อให้เกิดมะเร็งได้

3.เลขทะเบียนอาหารสัตว์

เลขทะเบียนอาหารสัตว์ คือสิ่งที่บอกว่าอาหารผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์แล้ว สามารถสังเกตได้จากตัวเลข 10 หลักที่อยู่ด้านหลังซองอาหาร

4.มาตรฐาน AAFCO 

อาหารสัตว์ในประเทศไทยมีทั้งที่ผลิตภายในประเทศและเป็นสินค้าที่นำเข้ามา โดยอาหารสัตว์ที่ถูกนำเข้าจะต้องได้รับการตรวจสอบจาก “AAFCO” (Association of American Feed Control Officials) ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานทางโภชนาการสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง 

AAFCO จะคอยตรวจสอบว่าอาหารมีโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุลสำหรับสัตว์ในแต่ละช่วงวัยตรงตามที่บอกไว้ในฉลากหรือไม่ และมีการกำหนดปริมาณสารอาหารขั้นต่ำที่จำเป็น เช่น โปรตีน ไขมัน ฯลฯ ถ้าอาหารผ่านการทดลองของ AAFCO ก็จะได้รับอนุญาติให้ผลิต

5.วันหมดอายุ

ทุกครั้งก่อนซื้ออาหารควรดูวันหมดอายุก่อนเลือกซื้อทุกครั้ง เพื่อให้น้องสัตว์ของเราได้กินอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อร่างกาย

6.ปริมาณการให้อาหารที่แนะนำต่อวัน

ปริมาณแนะนำต่อวันที่สัตว์ควรได้รับจะแบ่งตามน้ำหนักตัว เพื่อให้เจ้าของสะดวกในการตวงอาหารในแต่ละวันให้กับน้อง น้องจะได้ไม่ขาดสารอาหารจากการได้รับอาหารน้อยเกินไปหรือกินมากเกินไปจนน้ำหนักเกิน

การอ่านฉลากอาหารสัตว์สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการพิจารณาว่าอาหารยี่ห้อใด สูตรไหน ที่จะเหมาะกับน้องสัตว์ได้ ฉลากข้างถุงอาหารนั้นจะบอกถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ควรรู้ อีกทั้งการเลือกซื้ออาหารสัตว์ที่มีคุณภาพดี ถูกต้องตามหลักโภชนาการ ก็จะช่วยให้สัตว์มีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว เพราะฉะนั้นอย่าลืมอ่านฉลากที่อยู่ข้างถุงสักนิดเพื่อซื้ออาหารที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงของเรากันนะคะ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกรดอาหารสัตว์เลี้ยงได้ที่ อาหารสัตว์เลี้ยงมีกี่เกรด แต่ละเกรดต่างกันอย่างไรบ้าง?

———————————————————————————

แหล่งอ้างอิง

Pet MD. (2020). Pet Food Ingredient and Label Guide

. Retrieved July 6, 2021, from Pet MD: 

https://www.petmd.com/dog/nutrition/pet-food-ingredient-and-label-guide