Menu Close

โรคเบาหวานในสุนัขและแมว รักษาไม่หายขาดแต่ควบคุมได้

ถ้าพูดถึงโรคเบาหวานคงเป็นโรคที่น้อยคนจะไม่รู้จักเพราะถือเป็นโรคยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในหมู่คนไทย แต่ที่หลายคนอาจจะแปลกใจคือสัตว์อย่างและแมวก็สามารถเป็นโรคเบาหวานได้เหมือัน ซึ่งโรคนี้แม้จะรักษาไม่หายขาด แต่เจ้าของอย่างเราสามารถจัดการควบคุมโรคนี้ให้กับน้อง ๆ ได้ด้วยการดูแลที่ถูกวิธีและเะสม มาทำความเข้าใจโรคนี้เพื่อจะได้ดูแลน้อง ๆ ได้อย่างถูกต้องกัน

โรคเบาหวาน คือ โรคที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ซึ่งปกติแล้วการที่ร่างกายจะสามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดไปใช้ได้นั้นจะต้องอาศัยฮอร์โมนอินซูลิน (insulin) ที่ผลิตมาจากตับอ่อน ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ

  1. ตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายได้ 
  2. ตับอ่อนสามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ปกติ แต่มีความบกพร่องในการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลิน ดังนั้นจึงส่งผลให้มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานขึ้นนั่นเอง

สาเหตุของโรคเบาหวานทั้ง 2 แบบข้างต้นที่อาจเกิดในสุนัขและแมวของเรานั้น เบื้องต้นยังไม่มีวิธีรักษา แต่สามารถควบคุมโรคได้หากเจ้าของมีการดูแลที่ดี ฉีดอินซูลินให้สุนัขและแมวอย่างสม่ำเสมอเพื่อควบคุมให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงการควบคุมโภชนาการและการพาน้อง ๆ ออกกำลังกายก็มีผลเช่นกัน

อาการของโรคเบาหวานในสุนัขและแมว

สุนัขหรือแมวที่เป็นโรคเบาหวานนั้น มักจะมีอาการคือ ทานน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักตัวลดลง และในสุนัขอาจพบว่าตาเป็นต้อกระจกได้ แต่ทั้งนี้สัตวแพทย์ก็จะมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ภาพแสดงสุนัขที่เป็นต้อกระจกเนื่องจากเป็นโรคเบาหวาน
รูปภาพจาก Small Door Vet

ซึ่งหากใครพบว่าสุนัขหรือแมวของเรามีอาการดังกล่าว ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย โดยสัตวแพทย์จะให้สุนัขและแมวอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อน จากนั้นจะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ซึ่งจะสามารถทราบได้ว่าสุนัขหรือแมวเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ และเมื่อสัตวแพทย์ตรวจวัดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดแล้วพบว่าระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ นั่นอาจแสดงว่าสุนัขหรือแมวของป่วยเป็นโรคเบาหวาน

การดูแลสุนัขและแมวที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน

โดยปกติแล้วสัตว์ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่อย่างที่บอกว่าโรคนี้สามารถควบคุมโรคได้โดยการฉีดอินซูลินเหมือนกับวิธีการที่ใช้กับคน รวมถึงการควบคุมอาหารการกินและการพาน้อง ๆ ออกกำลังกายก็มีส่วนช่วยในการควบคุมโรคนี้อย่างมาก แต่แมวที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมีโอกาสหายได้ เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้สุนัขเป็นโรคเบาหวานนั้นมักมาจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ ซึ่งเป็นไปอย่างถาวร ส่วนแมวนั้นมักจะมีสาเหตุมาจากความบกพร่องในการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนอินซูลินซึ่งในบางครั้งสามารถกลับมาสู่ภาวะปกติได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญในการรักษาโรคเบาหวานคือการรักษาและควบคุมให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ในระดับที่เหมาะสมภายใต้การดูแลรักษาของสัตวแพทย์ และทำให้สุนัขหรือแมวที่เป็นโรคเบาหวานนั้นมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

การรักษาโรคเบาหวานที่สำคัญ คือ การฉีดฮอร์โมนอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ในระยะแรกของการรักษา สัตวแพทย์จะแนะนำให้เจ้าของฝากสุนัขหรือแมวไว้ที่โรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อที่จะประเมินและปรับขนาดของฮอร์โมนอินซูลินที่จะใช้ โดยจะทำการเจาะเลือดก่อนและหลังการฉีดฮอร์โมนอินซูลินจนกว่าจะได้ขนาดของฮอร์โมนที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อสุนัขหรือแมว หลังจากนั้นเจ้าของอาจสามารถกลับไปฉีดฮอร์โมนอินซูลินให้แก่สุนัขหรือแมวที่บ้านได้

สัตวแพทย์จะทำการนัดสุนัขหรือแมวมาตรวจวัดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดรวมทั้งตรวจปัสสาวะเป็นระยะ ๆ เพื่อประเมินผลการรักษาและปรับขนาดของฮอร์โมนอินซูลิน

นอกจากการฉีดฮอร์โมนอินซูลินแล้ว สิ่งที่เจ้าของต้องให้การดูแลแก่สุนัขหรือแมวที่เป็นโรคเบาหวานเป็นพิเศษ คือ

  1. การให้มื้ออาหารในเวลาที่แน่นอนและการให้อาหารควรให้อาหารเฉพาะโรค
  2. ควรมีการออกกำลังกายที่พอเหมาะ
  3. การควบคุมน้ำหนักตัว โดยการจำกัดปริมาณอาหารให้พอเหมาะเมื่อสุนัขหรือแมวเป็นโรคเบาหวาน 

สิ่งสำคัญในการดูแลสัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคเบาหวานคือการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด คอยดูแลเรื่องการใช้ชีวิตของน้อง ๆ โภชนาการ การออกกำลังกาย หากเจ้าของสามารถทำได้ดังกล่าวข้างต้น สุนัขและแมวก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติต่อไป 

แหล่งอ้างอิง

โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

Blue Cross. Diabetes in Dogs. https://bit.ly/3RuWCei 

Hills. โรคเบาหวานในสุนัข: สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้. https://bit.ly/3SKT6gO 

บ้านและสวน. “โรคเบาหวานในสัตว์เลี้ยง” อีกหนึ่งภัยเงียบของน้องหมาน้องแมว. https://bit.ly/3UOMzn8