Menu Close

คู่มือการให้อาหารสำหรับสุนัขแต่ละช่วงวัย กินอย่างไรให้สุขภาพดี

ในแต่ละช่วงวัยนั้็จะมีนิสัยและความต้องการสารอาหารในร่างกายที่แตกต่างกันออกไป การดูแลเรื่องอาหารให้ถูกโภชนาการและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของน้อง ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนเลี้ยงสุนัขไม่ควรละเลย เพราะการให้อาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัยต่าง ๆ สามารถช่วยให้สุนัขมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีได้ 

ครั้งนี้เราเลยมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการให้ตามแต่ละช่วงวัยมาฝากคนรักสุนัขทุกคนเพื่อนำไปปรับใช้กับการให้อาหารลูก ๆ ที่บ้าน ถ้าอยากรู้ว่าน้องหมาแต่ละวัยควรกินอาหารประเภทไหนบ้างลองมาเรียนรู้เรื่องนี้เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีให้กับน้องหมาที่รักของเรากัน

ปริมาณอาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขทุกช่วงวัย

ปริมาณอาหารของสุนัขควรแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละตัวเพราะขึ้นอยู่กับความต้องการพื้นฐานที่ต่างกัน เช่น ขนาดของร่างกาย ช่วงวัย ระยะตั้งท้อง หรือช่วงกำลังป่วย เป็นต้น เจ้าของจึงควรสังเกต เอาใจใส่ และตัดสินใจให้ปริมาณอาหารในจำนวนที่เหมาะสมสำหรับสุนัขที่ตัวเองเลี้ยง อย่าให้สุนัขกินมากหรือน้อยไปในแต่ละมื้อ ไม่ควรตามใจปากให้กินจนท้องป่องเต็มที่

การให้อาหารสุนัขตามช่วงอายุ 

อาหารสำหรับลูกสุนัขอายุ 6-10 สัปดาห์ (หนึ่งเดือนครึ่ง – สองเดือนครึ่ง)

ลูกสุนัขที่มีอายุประมาณ 6-10 สัปดาห์ เป็นช่วงที่ต้องใช้เวลาในการดูแลใส่ใจเรื่องอาหารให้เหมาะสมที่สุดเพราะเป็นระยะเวลาที่ลูกสุนัขยังไม่หย่านมจากแม่ ในวัยนี้ลูกสุนัขจะมีพฤติกรรมเพียง 2 อย่าง คือ กินกับนอน เพราะยังเดินไม่ค่อยแข็งแรง เจ้าของจึงยังจำเป็นต้องคอยป้อนนมให้อยู่

สูตรอาหารแนะนำสำหรับลูกสุนัขอายุ 6-10 สัปดาห์

  1. อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัข (แช่อาหารเม็ดในน้ำอุ่นแล้วเทน้ำอุ่นทิ้งเหลือแต่อาหารเม็ดนิ่ม ๆ)
  2. นมรสจืด

เทนมรสจืดผสมกับอาหารเม็ดที่แช่น้ำอุ่นมาแล้วโดยไม่ต้องคลุก นำไปให้ลูกสุนัขกินวันละ 3-4 มื้อ สุนัขวัยนี้จะกินอาหารง่าย ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างมากก็คือต้องพิถีพิถันอย่าให้อาหารปนเปื้อนสิ่งสกปรก อย่าให้อาหารเหลือ หรือให้อาหารเก่ากับลูกสุนัขเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ลูกสุนัขได้

อาหารสำหรับลูกสุนัขอายุ 10-12 สัปดาห์ (สองเดือนครึ่ง – สามเดือน)

ลูกสุนัขวัยนี้สามารถนำมาฝึกให้หย่านมแม่ได้แล้วโดยการให้นมอย่างอื่นแทนนมแม่ แต่ควรเป็นนมจืดเท่านั้น ฝึกให้ลูกสุนัขกินบ่อย ๆ แล้วเขาจะเคยชินไปเอง

สูตรอาหารแนะนำสำหรับลูกสุนัขอายุ 10-12 สัปดาห์

  1. อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัข (ไม่ต้องแช่น้ำอุ่น)
  2. ไข่ต้ม เลือกเอาเฉพาะไข่แดง
  3. นมรสจืด

บดไข่แดงเล็กน้อยแล้วนำไปคลุกรวมกับอาหารเม็ด เทนมจืดผสมโดยไม่ต้องคลุก นำไปให้ลูกสุนัขกินหรืออาจจะแยกนมให้ลูกสุนัขกินต่างหาก ให้ลูกสุนัขกินไข่แดงคลุกอาหารเม็ดวันละ 3-4 มื้อ 

อาหารสำหรับลูกสุนัขอายุ 3 – 12เดือน

สุนัขวัยนี้จะกินง่ายและกินจุเนื่องจากเป็นวัยที่กำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต ชอบซนชอบวิ่งเล่น ทำให้ต้องการพลังงานมาก สิ่งสำคัญคือสุนัขวัยนี้ควรหย่านมแม่ได้แล้ว ควรให้นมอย่างอื่นแทนนมแม่ แต่ควรเป็นนมจืดเท่านั้น 

สูตรอาหารแนะนำสำหรับลูกสุนัขอายุ 3 – 12เดือน

  1. อาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัข(ไม่ต้องแช่น้ำอุ่น)
  2. ไข่ต้ม โดยเลือกเอาเฉพาะไข่แดง
  3. นมรสจืด

บดไข่แดงแล้วนำไปคลุกรวมกับอาหารเม็ดไม่ต้องแช่น้ำให้นิ่ม (ให้ทานแบบสำเร็จรูปได้เลย) เทนมจืดผสมโดยไม่ต้องคลุก หรืออาจจะแยกนมให้ลูกสุนัขกินต่างหาก ให้กินวันละ 3-4 มื้อ เมื่อสุนัขอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ควรเปลี่ยนการให้อาหารเป็น 2 ครั้งต่อวัน

อาหารสำหรับสุนัขอายุ 12 เดือนขึ้นไป

สุนัขวัยนี้ถือว่าเป็นวัยหนุ่มสาวที่โตเต็มที่ เราสามารถให้อาหารเม็ดสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไปให้แก่น้อง ๆ รวมถึงสามารถให้อาหารเสริมทั้งผักและผลไม้ได้ ซึ่งอาหารสุนัขสำเร็จรูปจะมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนมากกว่าการที่เราปรุงอาหารให้สุนัขทานเอง 

สูตรอาหารแนะนำสำหรับสุนัขอายุ 12 เดือนขึ้นไป

  1. เนื้อบด 
  2. ข้าว  
  3. ผักต้มในน้ำซุป   

ผสม 3 อย่างในอัตราส่วนเท่า ๆ กัน ควรเพิ่มกระดูกอ่อนสำหรับกัดแทะเพื่อรักษาฟันให้แข็งแรงและสะอาด กระดูกที่เลือกควรเป็นกระดูกที่เคี้ยวได้ ไม่ควรให้กระดูกไก่เพราะกระดูกไก่เมื่อเคี้ยวจะแตกกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ สามารถเข้าไปตำลำไส้ทำให้สุนัขมีปัญหาได้ และควรให้อาหารในเวลาเดียวกันสม่ำเสมอ

อาหารสำหรับสุนัขวัยชรา 

สุนัขที่อายุเยอะแล้วจะมีปัญหาเรื่องฟันที่ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารได้เหมือนเดิม เจ้าของอาจจะต้องปรับอาหารให้นิ่มขึ้น เลือกอาหารเม็ดที่ระบุว่าเหมาะกับสุนัขวัยชรา เพราะสุนัขวัยนี้ไม่ค่อยชอบเคลื่อนไหว จะชอบกินแล้วก็นอนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งหากได้รับสารอาหารที่เกินความจำเป็นก็อาจทำให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และไขข้อเสื่อมได้ ดังนั้นเจ้าของต้องปรับสูตรอาหารที่ลดปริมาณโปรตีน แร่ธาตุบางอย่าง และเกลือลง เพื่อช่วยลดการทำงานของไต และควรเตรียมน้ำไว้เยอะ ๆ ใกล้จุดที่สุนัขชอบไปอยู่ เพราะเมื่อสุนัขอายุมากขึ้นก็มักจะกินน้ำน้อยลงเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

สารอาหารที่จำเป็นสำหรับสุนัข

สุนัขเป็นที่สามารถปรับตัวเองได้ดี สามารถกินได้ทุกอย่างตามที่เราจัดหาให้หรือตามความชอบแต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เช่น จากทานแต่เนื้อสัตว์ก็ค่อย ๆ เริ่มทานข้าวและผักได้ เพราะสุนัขเองก็ต้องการสารอาหารที่จำเป็นเช่นเดียวกับคน 

หากเจ้าของต้องการปรุงอาหารให้สุนัขด้วยตนเองก็ควรมีอาหารประเภท ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก เป็นองค์ประกอบหลัก และปรับปรุงรสชาติให้น่าทาน เพราะสุนัขมีต่อมรับรส หากอาหารถูกใจ รสชาติดี น้อง ๆ ก็จะกินกันอย่างเอร็ดอร่อย และควรเปลี่ยนอาหารสลับหมุนเวียนกันบ้าง ไม่ควรให้ทานของซ้ำ ๆ กัน เพราะจะทำให้ขาดสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพในอนาคตได้

หากเจ้าของมีความรู้และความเข้าใจถึงความแตกต่างด้านความต้องการของสารอาหารในสุนัขแต่ละช่วงวัย ก็จะช่วยให้สุนัขของเรามีสุขภาพที่ดี และเป็นอีกวิธีในป้องกันปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้นะคะ 

แหล่งอ้างอิง

สพ.ญ.อรญา ประพันธ์พจน์ (หมอนุ่น) สัตว์แพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน

Dogthailand. https://www.dogthailand.net/forum.php?mod=viewthread&tid=219