Menu Close

โรคผิวหนังยอดฮิตที่พบบ่อยในลูกแมว

ทาสแมวอย่างเรา ๆ ก็ต้องอยากให้น้องเหมียวมีขนที่สวย เงางาม สุขภาพดี เพราะนอกจากจะทำให้ดูน่ารักน่ากอดแล้ว ผิวหนังน้องแมวก็สามารถบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพของน้อง ๆ ได้ด้วย น้องแมวตัวไหนที่เยอะ ผิวหนังแดง มีสะเก็ดตามตัว หรือชอบเกาบ่อย ๆ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าแมวของเรากำลังเป็นได้นะคะ

โรคผิวหนังสามารถพบได้บ่อยในน้องแมว สัตว์เลี้ยงที่เป็นโรคนี้มักจะมีอาการคัน ขนร่วง ผิวหนังแดง หรือมีสะเก็ด ฯลฯ โดยสาเหตุของโรคผิวหนังอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อราหรือแบคทีเรีย แถมสามารถติดต่อมาสู่คนได้ด้วย แม้ดูภายนอกจะไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็เป็นโรคที่ต้องรักษาอย่างรวดเร็ว

ใครที่กำลังตัดสินใจจะเลี้ยงแมวหรือกำลังเลี้ยงลูกแมวอยู่ สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตรวจสุขภาพผิวหนังน้องเหมียวเบื้องต้นด้วยตาเปล่าก่อน สังเกตตั้งแต่หัวไปถึงหาง ดูลักษณะขน ผิวหนัง ใบหู และเล็บ ขนลูบแล้วนุ่ม ไม่ร่วงติดมือเป็ระจุก แหวกขนแล้วต้องไม่พบปรสิตภายนอก เช่น เห็บ หมัด ต้องไม่พบตุ่มแดง ตุ่มหนอง สะเก็ดรังแค ตรวจดูใต้คอ รักแร้ ขาหนีบ ว่ามีรอยแดงหรือมีรอยเกาหรือไม่ รวมถึงเปิดหูทั้ง 2 ข้างดูว่าสะอาดดีไหม ส่วนอุ้งเท้าโคนเล็บต้องสะอาดไม่มีสะเก็ด หากตรวจเบื้องต้นแล้วเจออาการดังกล่าวอาจสันนิษฐานได้คร่าว ๆ ว่าแมวของเราอาจจะเป็นโรคในกลุ่มเหล่านี้

1.โรคผิวหนังจากเชื้อรา

แมวที่เป็นเชื้อราจะมีอาการขนร่วงเป็นวงหรือหลุดออกมาเป็นหย่อม ๆ มีการตกสะเก็ดและแดงอักเสบ กรณีชั้นผิวหนังถูกทำลายมากอาจทำให้มีการติดเชื้ออย่างอื่นแทรกซ้อนและกระตุ้นให้เกิดอาการคันได้ และที่ต้องระวังคือเชื้อราสามารถติดต่อสู่คนและได้ผ่านทางการสัมผัสโดยตรงหรือผ่านทางสิ่งแวดล้อม 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเชื้อราแมว ปล่อยไว้ไม่ดีแน่! โรคเชื้อราในสุนัขและแมวรักษาอย่างไร

2.โรคผิวหนังจากปรสิตภายนอก

2.1.ที่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น หมัด เห็บ

เห็นตัวเล็กจิ๋วแบบนี้แต่อันตรายกับน้องแมวมาก ๆ แมวที่แพ้น้ำลายหมัดจะมีอาการคัน ขนร่วง  ผิวหนังแดง หากเป็นมากอาจมีการอักเสบและติดเชื้อตามมาได้ ซึ่งหากไม่จัดการหมัดให้หมด แมวของเราก็จะผิวหนังอักเสบเพราะแพ้น้ำลายหมัดตลอดไป 

2.2.ที่ต้องขูดตรวจส่องกล้องจุลทรรศน์ เช่น ไรขี้เรื้อนเปียก ไรขี้เรื้อนแห้ง ไรในหู เป็นต้น

ไรขี้เรื้อนเป็นปรสิตภายนอกประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับเห็บหมัด แต่จะมีขนาดเล็กจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า สัตวแพทย์ต้องตรวจโดยการขูดผิวหนังไปส่องกล้องจุลทรรศน์ โดยไรพวกนี้ก็จะอาศัยในรูขุมขนบริเวณใบหน้าแมว รอบตา ลำตัว ขา ฝ่าเท้า และอุ้งเท้า ทำให้เจ้าเหมียวของเราขนร่วง ตุ่มผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะตามขอบใบหู ใต้ท้อง ข้อศอก และข้อเท้าของขาหลังด้านนอก บางตัวอาจมีอาการคันอย่างรุนแรงจนนอนไม่ได้หรือทำให้ความอยากอาหารลดลง

ส่วนไรในหูเป็นปรสิตที่อาศัยอยู่บนผิวด้านในและบริเวณใกล้เคียง พบได้ทั้งในน้องหมาและน้องแมว พวกนี้จะอาศัยไขมันและเศษผิวหนังเป็นอาหาร สามารถติดต่อโดยการสัมผัสได้ อาการที่พบได้คือแมวจะมีขี้หูเยอะมาก ลักษณะออกสีดำหรือสีน้ำตาลเข้ม มีอาการคันหูรุนแรง บางตัวอาจคันแล้วสะบัดหัวจนเส้นเลือดฝอยที่ใบหูแตกจนทำให้ใบหูบวมหรือเกาหูจนเกิดการอักเสบได้

3.โรคผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรีย 

โรคผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรียพบได้บ่อยในน้องแมว น้องจะมีอาการคัน ผิวหนังแดงและมีตุ่มหนอง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและอาจเกิดการติดเชื้ออื่น ๆ แทรกซ้อนตามมาได้ ซึ่งจะยิ่งทำให้การรักษาใช้เวลายาวนานยิ่งขึ้น สาเหตุที่พบบ่อย ๆ คือ ระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนังลดลง น้องแมวชอบอยู่ในที่เปียก ๆ หรือเกิดจากการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นต้น

การรักษาขึ้นอยู่กับว่าการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังอยู่ระดับไหน เพราะถ้าระดับผิวบน ๆ อาจจะใช้แค่แชมพูยาร่วมกับการทำความสะอาดแผลก็เพียงพอ แต่ถ้าระดับผิวหนังชั้นกลางอาจจะต้องทานยาปฏิชีวนะร่วมกับการใช้แชมพูยา แต่ถ้าระดับผิวหนังชั้นลึกอาจจะต้องทำการเพาะเชื้อเพื่อเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมในการรักษา เพราะส่วนใหญ่เป็นเคสที่ต้องใช้ระยะเวลารักษานานและเชื้อมีโอกาสต้านยาได้ง่าย

บางทีเรื่องใกล้ตัวก็อาจจะทำให้เด็ก ๆ ของเรามีปัญหาโรคผิวหนังได้ง่าย ๆ ดังนั้นเจ้าของอย่างเราต้องรักษาสุขภาพน้องแมวให้แข็งแรง ควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์แต่งขนสม่ำเสมอ พยายามอย่าให้ผิวหนังน้องแมวเปียกหรืออับชื้นบ่อย ๆ เพราะจะเหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา และหากพบอาการผิดปกติเกี่ยวกับผิวหนังน้องแมวควรรีบพามาพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาร่วมกับการดูแลของเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การดูแลเรื่องความสะอาดของที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะทําให้แมวของเราหายจากโรคผิวหนังได้เร็วยิ่งขึ้นนะคะ

แหล่งอ้างอิง

สพ.ญ.ศรณภัทร ปิยวรศักดิ์ (หมอเสม) แผนกโรคผิวหนังและแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน