ทำอย่างไรดี? เมื่อโรคข้อสะโพกเสื่อมมาเยือนน้องหมา

โรคข้อสะโพกเสื่อมในสุนัข (Hip dysplasia)

เป็นโรคที่พบได้ในสุนัขทุกสายพันธุ์ โดยโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของการเจริญของข้อต่อบริเวณสะโพกซึ่งก่อให้เกิดการเสื่อมของข้อต่อตามมาได้ในอนาคต เมื่อสุนัขเริ่มมีปัญหาข้อสะโพกเสื่อมจะทำให้เขาเกิดการเจ็บปวดตามข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายจนส่งผลกระทบให้สุนัขมีอาการเดินผิดปกติ รวมถึงมีความสนใจในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง 

เอ๊ะ! แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขของเราเริ่มมีอาการโรคข้อสะโพกเสื่อมหรือยัง?

สิ่งที่เจ้าของน้องตูบหลาย ๆ ท่านควรทำคือสังเกตความผิดปกติสุนัข หากเขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป  เริ่มไม่อยากลุก ไม่อยากเดิน นอนเยอะเพราะไม่อยากเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่อยากลงน้ำหนักที่ขา เดินกะเผลก เดินยกขา ไม่มีความสุขในการทานอาหาร หรืออาจมีอาการอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ร่วมด้วย หากสังเกตแล้วพบว่าน้องหมาของใครแสดงอาการดังที่กล่าวไป ก็ควรพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการเบื้องต้น

วิธีการรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมในสุนัข

สำหรับวิธีการรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อม น.สพ.บูรพงษ์ สุธีรัตน์ (หมอตั๋ง) สัตวแพทย์ศูนย์รักษา และศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน ได้ให้คำแนะนำว่า วิธีการรักษามีทั้งวิธีที่ต้องผ่าตัดและแบบที่ไม่ต้องผ่าตัด การพิจารณาเลือกวิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อายุ และสุขภาพของสุนัข ซึ่งจะมีการแบ่งลักษณะอาการร่วมกับการเอ็กซเรย์เพื่อวินิจฉัยว่าปัญหาเกิดจากส่วนไหน โดยวิธีรักษาจะมีทั้งแบบไม่ต้องผ่าตัด และต้องผ่าตัด ดังนี้

การรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมแบบไม่ต้องผ่าตัด

1.การกินยา

การรักษาด้วยวิธีนี้ สุนัขจะได้ยาลดปวด ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากอาการของเขาได้ หลังจากทานยาเจ้าของควรสังเกตว่าน้องหมาเดินได้ดีขึ้นไหม หรือทำกิจกรรมอื่นเป็นอย่างไร ถ้าเขาดีขึ้นอาจใช้วิธีอื่นร่วมประกอบในการรักษาด้วย เช่น ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมปริมาณอาหารและน้ำหนักตัว ฯลฯ กล้ามเนื้อของเขาก็จะแข็งแรงขึ้นโดยที่หมอไม่ต้องผ่าตัด แต่หากสุนัขไม่อยากเดินเขาก็จะออกกำลังกายได้ไม่ค่อยดีนัก เจ้าของหลาย ๆ ท่านจึงอาจจะพาสุนัขไปว่ายน้ำแทนได้ อาการต่าง ๆ ก็จะดีขึ้น 

ถ้าให้ยาควบคู่กับการออกกำลังกายแล้วดีขึ้น น้องหมามีการเคลื่อนไหวที่มากขึ้น พาเขาออกเดินเล่นได้บ้าง ก็ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

การรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมด้วยการผ่าตัด

หากให้ยาแล้วไม่ดีขึ้นในสิบวันหรือสองอาทิตย์ การผ่าตัดจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ดูแล โดยจะมีวิธีผ่าตัด 2 แบบ คือ

1. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกใหม่เพื่อทำให้การรับน้ำหนักและการใช้ขาของสุนัขกลับมาเป็นปกติ จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและช่วยให้น้องหมาเคลื่อนไหวหรือเดินได้สะดวกขึ้น ช่วยให้เขามีความมั่นคงในการใช้ขาทุกส่วน ส่วนใหญ่วิธีนี้จะเห็นผลภายใน 2-3 วัน หลังผ่าตัด น้องหมาจะเริ่มมีความสุขและกินข้าวเยอะขึ้น แต่ข้อเสียคือเจ้าของต้องดูแลเยอะหลังผ่าตัดในช่วงเดือนแรกเพื่อให้กระดูกรับกับอุปกรณ์ข้อสะโพกเทียมได้ดี และมีค่าใช้จ่ายสูง 

 

ภาพสุนัขข้อสะโพกเสื่อมก่อนและหลังผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม

 

2. ผ่าตัดหัวกระดูกออก

การผ่าตัดวิธีนี้อนุโลมให้สุนัขที่หนักน้อยกว่า 17 กิโลกรัมเท่านั้น เนื่องจากสุนัขต้องใช้กล้ามเนื้อสะโพกในการรับน้ำหนัก หากกล้ามเนื้อน้องหมาไม่แข็งแรงก็อาจจะเดินยากหรือเดินไม่ได้ หลังผ่าตัดจึงต้องพาน้องมาทำกายภาพเพื่อให้เขาใช้ขาได้เร็วที่สุด หากผ่าตัดวิธีนี้จะไม่สามารถบอกได้ว่าสุนัขจะใช้ขาเดินได้เมื่อไหร่ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการดูแลและการทำกายภาพบำบัด

นอกจากนี้ยังมีการรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อมที่แบ่งตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงอายุอีกด้วย

ซึ่งหากเราพบเจอความผิดปกติของข้อสะโพกเสื่อมได้เร็ว คือตั้งแต่ช่วงอายุ 3- 8 เดือนก็จะมีวิธีการรักษาอื่นๆ ที่แบ่งตามช่วงอายุเพื่อช่วยให้สุนัขใช้ขาได้อย่างปกติดังนี้

  • ช่วงอายุ 3-4 เดือน (ไม่เกิน 5 เดือน): จะใช้วิธีจี้ไฟฟ้าที่บริเวณเชิงกราน เพื่อให้กระดูกเชิงกรานส่วนนั้นตายลง ส่งผลให้เมื่อสุนัขโตขึ้น เชิงกรานจะค่อยๆ เปลี่ยนรูปทรงและสร้างส่วนหลังคาเบ้าสะโพกมาคลุมหัวกระดูกได้มากขึ้น
    วิธีนี้เป็นการป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ หากอายุเกิน 5 เดือน หรือโครงสร้างข้อสะโพกมีปัญหาไปแล้วจะไม่สามารถทำวิธีนี้ได้
  • ช่วงอายุไม่เกิน 8 เดือน และสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่: หากเอ็กซเรย์ตั้งแต่เด็กแล้วพบว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้ คุณหมอจะใช้ การผ่าตัดปรับหมุนเชิงกราน เพื่อให้เชิงกรานเข้ามาคลุมหัวกระดูกได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ข้อสะโพกแน่นขึ้นและลดปัญหาการเสื่อม
    แต่มีข้อจำกัดคือ จะทำไม่ได้หากหัวกระดูกสะโพกมีปัญหาไปแล้วหรือข้อสะโพกหลวมมากเกินไป

ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาข้อสะโพกเสื่อมตั้งแต่เนิ่นๆ หากเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เสี่ยงควรพาสุนัขมา Xray เพื่อติดตามพัฒนาการของข้อสะโพกตั้งแต่ยังเด็ก เพราะถ้าหากพบปัญหาคุณหมอจะได้แนะนำ และหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละตัวได้ทัน

การทำกายภาพบำบัดหลังการผ่าตัด

หลังจากรักษาด้วยการผ่าตัด ในช่วงเดือนแรกเจ้าของไม่ควรให้น้องหมาวิ่งหรือกระโดด อาจพาเขาเดินได้สั้น ๆ เมื่อกล้ามเนื้อทั้งหมดเริ่มมั่นคงจึงค่อยปล่อยให้เขาได้เดินหรือใช้ชีวิต อีกทั้งเจ้าของสุนัขควรมีการควบคุมน้ำหนักตัว ควบคุมปริมาณอาหาร และพาเขาออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น ว่ายน้ำ เดินเล่น ฯลฯ เพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

“การกายภาพบำบัดเป็นสิ่งจำเป็นมากหลังจากผ่าตัดเอาหัวกระดูกออก มันคือการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ การนวด การอัลตร้าซาวด์ การใช้เลเซอร์ หรือการช็อตไฟฟ้าบริเวณกล้ามเนื้อ เพื่อให้เขากลับมาใช้ขาได้เร็วที่สุด”

การทำกายภาพบำบัดร่วมกับการออกกำลังกายจะช่วยสุนัขเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกลุกนั่ง การกระตุ้นไฟฟ้า การนวดอัลตร้าซาวด์ หรือการเลเซอร์ลดความเจ็บปวด ข้อดีของการรักษาโดยการกายภาพบำบัด คือ เป็นวิธีที่มีผลข้างเคียงน้อย สามารถลดความเจ็บปวดได้ดี ทำให้สุนัขกลับมาเดินได้ดีอีกครั้งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

น.สพ.บูรพงษ์ สุธีรัตน์
น.สพ.บูรพงษ์ สุธีรัตน์
(หมอตั๋ง)

แผนกศัลยกรรม, แผนกระบบกระดูกและข้อต่อ

สพ.ญ.มณีรัตน์ ธรรมวิภัชน์
สพ.ญ.มณีรัตน์ ธรรมวิภัชน์
(หมออุ้ม)

แผนกศัลยกรรม, แผนกระบบกระดูกและข้อต่อ

แหล่งอ้างอิงสัมภาษณ์ บูรพงษ์ สุธีรัตน์, สัตวแพทย์แผนกระบบกระดูกและข้อต่อ, โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน, 3 มิถุนายน 2564., 2 เมษายน 2567กรกฎ งานวงศ์พาณิชย์, “การจัดการทางด้านอายุรกรรมในสุนัขโรคข้อเสื่อม,” เชียงใหม่สัตวแพทยสาร 4 (2549): 63-72.