Menu Close

เตือนภัยเงียบ 5 โรคร้ายในสุนัขที่มากับฝน

หน้าฝนมาเยือนทำให้เราต้องดูแลรักษาสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวกันมากขึ้น แต่สมาชิกในครอบครัวที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงคนเท่านั้นนะ ยังหมายถึงบรรดาน้องหมาสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราด้วย เพราะนอกจากต้องระวังสุขภาพของเราแล้ว สุขภาพของน้องหมาก็สำคัญไม่แพ้กัน ยิ่งช่วงหน้าฝนสุนัขอาจจะเกิดปัญหาเป็นไข้ไม่สบายได้ง่าย ถ้าเราไม่ทราบถึงอาการของโรคด้วยแล้ว วิธีการรักษาจะยิ่งยากมาก มาดูกันดีกว่าว่ามีโรคอะไรบ้างที่มากับความเปียกชื้นในฤดูฝนที่เราควรระวังไว้และต้องเตรียมตัวรับมืออย่างไร มาดูกันเลย

1.โรคที่เกี่ยวกับระบบ 

หน้าฝนเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง ภาวะอับชื้นก็เป็นตัวการสำคัญที่จะทำให้สุนัขเกิดโรคผิวหนังได้ง่าย ทำให้น้องอาจจะมีตุ่มหรือผื่นคัน ยิ่งถ้ามีการติดเชื้อก็จะทำให้เกิดผิวหนังอักเสบหรือเป็นเชื้อราซึ่งจะพบได้บ่อยตามบริเวณใบหูด้านใน ง่ามนิ้วเท้า รอบจมูก หรือรอบตา 

โดยทั่วไปโรคผิวหนังที่พบในบ้านเราส่วนมากจะมาจากหลายสาเหตุรวมกัน เช่น เป็นเชื้อรา ติดเชื้อแบคทีเรีย หรือขี้เรื้อนรูขุมขน ดังนั้นเจ้าของควรจะหมั่นดูแลเรื่องผิวหนังและขนของน้องหมาให้ดี ต้องเช็ดให้แห้ง อย่าปล่อยให้เปียกหรือชื้น หากพบว่าสุนัขมีตุ่มคัน มีอาการเกาหรือสะบัดหูบ่อย ๆ มากผิดปกติ ควรจะรีบพาไปหาหมอ เพราะถ้าปล่อยไว้อาจจะกลายเป็นโรคผิวหนังชนิดเรื้อรังซึ่งต้องใช้เวลาในการรักษานาน รวมถึงต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาและดูแลในปริมาณที่สูงตามมาได้

เมื่อเราทราบแล้วว่า “ความเปียกชื้น” เป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคผิวหนังในสุนัข การดูแลความสะอาดผิวหนังและขนของสุนัขจึงเป็นสิ่งสำคัญ หน้าฝนแบบนี้การจะให้สุนัขหลีกเลี่ยงความเปียกชื้นอาจทำได้ยาก เจ้าของจึงต้องให้ความสำคัญกับการดูแลเรื่องความสะอาด เมื่อพบว่าเขาไปวิ่งตากฝนจนตัวเปียกหรือรู้สึกว่าขนของสุนัขเริ่มชื้น ให้รีบเช็ดให้หมาด แล้วเอาไดร์เป่าขนให้แห้ง แบบนี้ก็จะป้องกันโรคผิวหนังที่อาจเกิดกับน้องหมาได้

2.โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่น่ากลัวก็คือโรคปอดบวม หากเป็นขึ้นมาน้องหมาจะเริ่มแสดงอาการซึม เบื่ออาหาร จมูกแห้ง ไอ มีไข้สูง น้ำมูกและน้ำตาไหล หายใจเร็วและถี่ หายใจลำบาก รวมถึงจะแสดงอาการอ้าปากหายใจให้เห็น โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสซึ่งสามารถทำให้สัตว์ป่วยและตายได้ ดังนั้นในช่วงนี้เราก็ควรให้น้องหมาเขาได้อยู่ในที่อุ่น ๆ และแห้ง ถ้าน้องตัวไหนเขาขี้หนาวอาจจะต้องหาเสื้อให้เขาใส่ เจ้าของอาจจะตัดเย็บเองหรือซื้อเสื้อผ้าสุนัขที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปก็ได้นะคะ ให้เขาใส่ในช่วงกลางคืนหรือช่วงที่ฝนตกแล้วอากาศเย็น และถ้าสังเกตว่าเขามีอาการไอหรือมีน้ำมูกไหลควรจะพาไปหาหมอทันที อย่าพยายามหายาให้ทานเอง เพราะสุนัขและแมวไม่เหมือนคนอาจจะแพ้ยาบางตัวและมีอันตรายถึงชีวิตได้

3.ไข้เห็บ-หมัดสุนัข 

ปัจจุบันสุนัขมักมีอาการเจ็บป่วยเนื่องจากเห็บเป็นอันดับต้น ๆ เลยถ้าเทียบกับการเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น ๆ เห็บเป็นทั้งพาหะนำโรค คือ พยาธิในเม็ดเลือดหรือไข้เห็บ และเห็บยังเป็นตัวที่ทำให้สัตว์อ่อนแอ โลหิตจาง เนื่องจากเห็บจะดูดเลือดและส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของสัตว์ลดต่ำลง ทำให้สุนัขติดเชื้อและเกิดโรคได้ง่าย ยิ่งภูมิอากาศในบ้านเราที่ร้อนชื้นเหมาะสำหรับการแพร่พันธุ์ของเห็บ ทำให้ช่วงหน้าฝนน้องหมาเกิดการเจ็บป่วยเนื่องจากเห็บเพิ่มมากขึ้น การกำจัดเห็บจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก 

ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในการกำจัดเห็บหมัดมีหลายรูปแบบให้เลือก มีทั้งยาฉีด ยาอาบ ยาหยดหรือสเปรย์ เจ้าของควรทำความเข้าใจในการใช้ให้ถูกต้องหรือปรึกษาที่มีความชำนาญก่อนใช้นะคะ นอกจากนี้ก็ต้องทำความสะอาดกรงและบริเวณที่อยู่ของสุนัขเพื่อตัดวงจรชีวิตเห็บลงด้วย การรักษาโรคนี้จะค่อนข้างได้ผลดีถ้าตรวจพบและเริ่มรักษาได้เร็ว รวมถึงไม่มีอาการแทรกซ้อนมากนัก ส่วนการป้องกันนั้นทำได้โดยการกำจัดพาหะของโรคซึ่งก็คือเห็บนั่นเอง

4.พยาธิในเม็ดเลือด 

สาเหตุของโรคเกิดจากเห็บที่มีเชื้อไปกัดสุนัขหรือสุนัขกินตัวเห็บเข้าร่างกาย อาการที่พบเมื่อน้องหมาเป็นโรคนี้คือ ซึม เบื่ออาหาร มีไข้ เลือดหลุดไหลยาก สีเหงือกและเยื่อเมือกซีดกว่าปกติ อาจมีภาวะตัวเหลือง เลือดกำเดาไหล ปัสสาวะมีเลือดปน บางรายอาจพบปัญหาตับหรือไตอักเสบร่วมด้วย และอาจพบการติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดเข้าสู่ระบบประสาท ทำให้สุนัขมีอาการทางประสาทจนอาจตาบอดเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ในบางรายอาจพบภาวะภูมิคุ้มทำลายเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดตัวเองแต่โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ถ้ามาพบสัตวแพทย์และรักษาอย่างทันท่วงที

5.โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร 

ไม่ว่าจะเป็น อาหารเป็นพิษ หรือโรคที่ร้ายแรง เช่น โรคลำไส้อักเสบ ซึ่งพบได้ในสุนัขทุกช่วงอายุ สาเหตุที่เกิดขึ้นได้หลัก ๆ มาจากการกินอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคเข้าไป หรือการตั้งอาหารทิ้งไว้นานในสภาพอากาศที่ชื้นทำให้มีพวกเชื้อแบคทีเรียลงไปเจริญเติบโต ยิ่งช่วงหน้าฝนที่มีความชื้นเชื้อโรคก็จะเจริญเติบโตได้ดี

การป้องกันและดูแลสุขภาพสุนัขในช่วงหน้าฝน

1.ฉีดวัคซีนป้องกันโรค

ในช่วงฤดูฝนโรคที่เกิดกับสุนัขมักมีหลายโรค ไม่ว่าจะเป็น ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หรือโรคลำไส้อักเสบ จะสังเกตได้ว่าโรคที่เกิดกับสุนัขนั้นก็เช่นเดียวกันกับคน คือ อาจเกิดขึ้นเพราะฤดูฝนเป็นช่วงที่มีภาวะเหมาะสมในการเพาะตัวของเชื้อโรค ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงโรคที่มักมากับหน้าฝนไม่ให้เกิดกับน้องหมา เจ้าของก็ต้องไม่ลืมที่จะพาน้องหมาไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคประจำปีนะคะ ดูโปรแกรมฉีดวัคซีนสุนัข

2.อาหารต้องสะอาดอยู่เสมอ

ความสะอาดของอาหารและน้ำดื่มของสุนัขต้องสะอาดและสดใหม่อยู่เสมอ เพราะฤดูฝนจะทำให้อาหารเสียและเกิดเชื้อราได้ง่าย เราต้องคอยดูแลเรื่องความสะอาดของน้องหมาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ดที่ควรสดใหม่ ไม่ขึ้นรา หากเป็นอาหารที่ปรุงเองก็ควรสุก ไม่ค้างคืน เพราะถ้าอาหารไม่สะอาดก็จะทำให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น อาเจียน ท้องเสีย ได้

3.ไม่ควรให้สุนัขตากฝน

สุนัขก็เป็นหวัดหรือไม่สบายได้เช่นเดียวกันกับคนหากปล่อยให้น้องเดินตากฝนหรือเล่นน้ำเป็นเวลานาน ๆ เพราะโรคส่วนใหญ่ที่พบกับน้องหมาในหน้าฝนคือไข้หวัด หลอดลมอักเสบ หรือหากรุนแรงก็อาจจะทำให้เป็นไข้หัดสุนัขได้ หากสุนัขมีไข้หวัดเราควรจัดให้อยู่ที่อุ่น ๆ และแห้ง หรือหาเสื้อผ้าให้เขาใส่เพื่อเพิ่มความอบอุ่น หากมีอาการหนักไม่ควรหายาให้ทานเองเพราะสุนัขอาจมีอาการแพ้ยาจนถึงตายได้ แต่ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษา

4.ป้องกันโรคที่มากับความชื้น

ความชื้นของอากาศในฤดูฝนเป็นตัวการสำคัญเลยที่จะทำให้สุนัขเกิดโรค เช่น โรคผิวหนัง ที่มักจะพบตุ่มหรือผื่นคันจนทำให้ผิวหนังสุนัขอักเสบจนอาจถึงขั้นเป็นเชื้อราได้ โรคผิวหนังที่เกิดในสุนัขส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากเชื้อราและแบคทีเรียที่มากับฤดูฝน หากเป็นหนักก็จะกลายเป็น “สุนัขขี้เรื้อน” ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี  ผู้ที่เลี้ยงดูสุนัขจึงควรดูแลทำความสะอาดผิวหนังสุนัขไม่ให้เปียกชื้นและรักษาความสะอาดให้กับสุนัข

ผู้ที่เลี้ยงสุนัขควรพาน้องหมาที่บ้านมาฉีดซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้สุนัขสุขภาพดี แข็งแรง สามารถมีภูมิต้านทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ หากมีอาการที่ผิดปกติก็ควรพามาพบสัตวแพทย์แต่เนิ่น ๆ เพื่อการรักษาดูแลที่ถูกวิธี ไม่ควรหายาให้สุนัขทานเองนะคะ เพราะนอกจากอาจจะเกิดการแพ้ยา ยังอาจจะรักษาไม่ตรงกับสาเหตุของโรคและทำให้อาการลุกลามมีโรคแทรกซ้อนเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ถ้ารักน้องก็อย่าละเลยเรื่องเหล่านี้และอย่าปล่อยให้น้องตากฝนกันด้วยนะ

———————————————————————————–

แหล่งอ้างอิง

สพ.ญ.อรญา ประพันธ์พจน์ สัตวแพทย์ประจำแผนกอายุรกรรม แผนกศัลยกรรม และแผนกโรคหัวใจ โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน