สาเหตุของคราบหินปูน หลายคนคนคงอยากหอมหรือกอดสัตว์เลี้ยงของเราเวลาเล่นหรือเอ็นดูเค้า แต่ติดปัญหาอยู่อย่างนึงคือกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ของน้องนั้นเอง ซึ่งปัจจัยนึงที่ทำให้น้องมีกลิ่นปากคือคราบหินปูนที่มีอยู่ในช่องปากของน้อง ที่เกิดจากการสะสมของแบคทีเรียและคราบจุลินทรีย์หลังน้องกินอาหารเสร็จ และหนึ่งในวิธีแก้ไขปัญหานี้คือการขูดหินปูนนั้นเอง วันนี้ทางโรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชันจะมาบอกข้อดีของการขูดหินปูนที่ได้มากกว่าการลดกลิ่นปากของน้องกัน ข้อดีของการขูดหินปูน ป้องกันการเกิดโรคเหงือกอักเสบ หินปูนที่สะสมบนฟันของสัตว์เลี้ยงสามารถทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ หากปล่อยให้หินปูนสะสมโดยไม่ทำความสะอาด จะทำให้เหงือกบวม แดง และมีเลือดออกได้ เพราะฉะนั้นการขูดหินปูนจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ ลดกลิ่นปาก: สัตว์เลี้ยงที่มีหินปูนสะสมมักจะมีกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ การขูดหินปูนจะช่วยขจัดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก ทำให้กลิ่นปากของน้องลดลงและสะอาดมากขึ้น ป้องกันการสูญเสียฟัน: หากไม่ขูดหินปูนและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอ ฟันของสัตว์เลี้ยงอาจจะหลุดออกได้ ดังนั้นการขูดหินปูนจะลดความเสี่ยงในการสูญเสียฟัน ป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรีย: แบคทีเรียที่สะสมในช่องปากสามารถแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น…
บริการขูดหินปูนสุนัขและแมว โดยสัตวแพทย์ ถึงเวลาพาสัตว์เลี้ยงมาดูแลสุขภาพปากและฟันกันแล้วค่ะ กับโปรแกรมขูดหินปูนสำหรับสุนัขและแมว ราคาขูดหินปูนสุนัข น้ำหนัก 1–10 kg.ราคา 10,000–13,000 บาทตรวจเลือด 3,000–3,500 บาท น้ำหนัก 10 kg. ขึ้นไปราคา 10,000–15,000 บาทตรวจเลือด 3,000–3,500 บาท ราคาขูดหินปูนแมว ทุกน้ำหนักราคา 8,000–10,000 บาทตรวจเลือด 2,800–3,300…
ราคาทำหมันสัตว์ Exotic ที่โรงพยาบาลสัตว์ตลิ่งชัน ทำหมันเพศผู้ 3,000 บาท ทำหมันเพศเมีย 4,000 บาท ค่าตรวจเลือดก่อนผ่าตัดทำหมัน 2,560 บาท *ราคานี้รวมค่าผ่าตัด, ค่าสัตวแพทย์ผ่าตัด, ค่าดมยาสลบ *ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล 80 บาท, ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ 250 บาท และภาษีมูลค่าเพิ่ม โทรนัดหมาย ทำนัดออนไลน์
ธรรมชาติของน้องหมาน้องแมวมักจะมีนิสัยซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่จะมีข่าวการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตจากความซนของน้อง ๆ ออกมามากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือข่าวที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงชอบไปกัดไปงับสายไฟจนถูกไฟดูดหรือไฟช็อต บางตัวถ้าโชคดีก็บาดเจ็บเพียงแค่เกิดรอยไหม้ตามผิวหนังหรือเป็นแผลในปาก แต่หากน้อง ๆ ไปเจอกับไฟฟ้าแรงสูงเข้าโดยที่เจ้าของไม่ทันระวังอาจเป็นภัยถึงแก่ชีวิตได้เลย มาดูกันว่าถ้าสัตว์เลี้ยงของเราถูกไฟดูดเราจะปฏิบัติเบื้องต้นอย่างไรเพื่อช่วยพวกเขาได้บ้าง อาการที่พบเมื่อสุนัขและแมวถูกไฟดูด เมื่อเจ้าของพบว่าสุนัขหรือแมวถูกไฟดูดควรประเมินอาการของสัตว์เลี้ยงก่อนเป็นอับดับแรก โดยดูว่าผิวหนังของสัตว์ที่สัมผัสกับกระแสไฟเป็นรอยไหม้หรือเปล่า ซึ่งรอยไหม้อาจเป็นได้ตั้งแต่ระดับผิวเผิน ผิวหนังมีภาวะเลือดคั่ง หรืออาจไหม้ไปจนถึงชั้นหนังแท้ และควรตรวจดูบริเวณปาก ทั้งริมฝีปาก เพดานปาก ลิ้น เหงือก ว่ามีแผลพุพองหรือมีกลิ่นปากหรือไม่ เพราะสัตว์ที่ชอบกัดหรืองับสายไฟอาจถูกไฟดูดบริเวณนี้ได้โดยที่เจ้าของไม่ทันสังเกตเห็น และน้อง ๆ…
หากโรคเอดส์ถือเป็นโรคร้ายแรงสำหรับมนุษย์ โรคเอดส์แมว (FIV) หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว คงถือเป็นฝันร้ายสำหรับน้องแมวไม่ต่างกัน เพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้ส่งผลทำให้แมวเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ เทียบเท่ากับแมวปกติได้ ไม่ต่างกับโรคเอดส์ในคน แต่หากเจ้าของมีการป้องกันและดูแลอย่างถูกต้องก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงที่น้องแมวจะติดโรคนี้ได้ โรคเอดส์แมวส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพของแมวแค่ไหน โรคนี้มีโอกาสติดต่อสู่คนเลี้ยงได้หรือไม่ ลองมาทำความรู้จักโรคนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับแมวของเรากัน โรคเอดส์แมว เกิดจากเชื้อไวรัส Feline Immunodeficiency Virus (FIV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่อยู่ในตระกูลเดียวกับเชื้อ HIV ในคนและโรคลิวคีเมียในแมว ถือเป็นโรคติดต่อที่สามารถติดต่อจากแมวตัวหนึ่งไปยังแมวอีกตัวหนึ่งได้…
เข้าสู่ช่วงฤดูฝน เราขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับภัยร้ายของสุนัขและแมวอย่าง “โรคฉี่หนู” โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่สามารถพบได้ทั่วโลกและเป็นโรคที่เราได้ยินชื่อกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งพอฟังจากชื่อแล้วหลายคนอาจจะคิดว่าโรคฉี่หนูก็คงเป็นเพียงโรคที่เกี่ยวข้องกับหนูเท่านั้นจะมาเกี่ยวข้องกับสุนัขและแมวได้อย่างไร แต่ความจริงแล้วโรคที่เกิดจากหนูตัวเล็ก ๆ นี่แหละถือเป็นภัยเงียบของสุนัขและแมวที่แฝงตัวมากับหน้าฝนซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคค่อนข้างมาก หากสัตว์ตัวไหนติดเชื้อความน่ากลัวคืออาการอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เสียชีวิตได้ ใครที่กังวลกลัวว่าน้องหมาน้องแมวของตัวเองจะติดเชื้อลองมาทำความเข้าใจโรคนี้กัน “โรคฉี่หนู” หรือ “โรคเลปโตสไปโลซีส (Leptospirosis)” เป็นโรคที่ติดต่อระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งอันตรายมากพอ ๆ กับโรคพิษสุนัขบ้า สาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Leptospira spp. ที่พบได้มากในหนู และสามารถพบเชื้อแบคทีเรียนี้ได้มากในเขตร้อนชื้น เนื่องจากมีอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและสามารถปนเปื้อนไปในสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ซึ่งสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคไม่ได้มีเพียงแค่หนูตามชื่อโรคเท่านั้น…
เลือด เป็นองค์ประกอบสำคัญในร่างกายที่ทำให้สัตว์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่เมื่อไหร่ที่สุนัขและแมวมีภาวะโลหิตจาง คือมีปริมาณเม็ดเลือดแดงและฮีโมโกลบินในร่างกายลดลง ทำให้ให้การลำเลียงออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายทำได้น้อย จึงส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจนทำให้ร่างกายของน้องหมาน้องแมวเกิดอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร และภาวะโลหิตจางนี้ยังอาจก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกมาก เพื่อไม่ให้สัตว์เลี้ยงของเราเกิดอันตรายถึงชีวิต ลองมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะโลหิตจางกัน ปกติเม็ดเลือดแดงมีหน้าที่ในการนำออกซิเจนจากการหายใจไหลเวียนเข้าสู่เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย โดยอาศัย “ฮีโมโกลบิน” และพาของเสียในรูปแบบของคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาจากเซลล์เพื่อกำจัดออกจากร่างกายต่อไป…
สิ่งที่เจ้าของหลายคนไม่ชอบมากที่สุดคงเป็นการเห็นลูก ๆ ของตัวเองมีอาการเจ็บป่วย แม้บางครั้งเราจะป้องกันแค่ไหนแต่ความเจ็บป่วยก็เป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้ และในเมื่อสัตว์เลี้ยงพูดไม่ได้ เจ้าของอย่างเราจึงมีหน้าที่ต้องคอยสังเกตความผิดปกติของน้อง ๆ ว่ากำลังมีอาการป่วยอยู่รึเปล่าเพื่อที่จะได้พามารักษาได้ทันท่วงที วันนี้เราจึงมีสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเรากำลังป่วยมาให้เจ้าของทุกคนได้สังเกตกันว่าหากน้องมีอาการเหล่านี้แปลว่าน้องหมาน้องแมวของเรามีความผิดปกติแล้ว 1.นอนเยอะ ซึม การตอบสนองลดลง เวลาสัตว์เลี้ยงป่วยสิ่งที่เห็นชัดที่สุดคือน้อง ๆ จะนอนเยอะมากกว่าปกติเนื่องจากรู้สึกไม่สบายตัว ดูเชื่องช้า ไม่กระฉับกระเฉง การตอบสนองต่อเจ้าของอาจลดลง บางตัวก็หลบซ่อนตัว อาการเหล่านี้อาจขึ้นกับความรุนแรงของอาการป่วยด้วย แต่อายุก็มีความเกี่ยวข้องเพราะสุนัขที่แก่ลงอาจมีอาการเชื่องช้าตามอายุ 2.เบื่ออาหาร กินอาหารน้อยลง จากที่เคยเจริญอาหารหรือมีอาหารที่ชอบกิน เวลาสัตว์ป่วยจะเริ่มมีอาการไม่อยากอาหาร…
ขนมหรือของหวานที่มีไซลิทอลอาจทำให้น้องหมาที่กินตับวายจนถึงตายได้เลยสารนี้เป็นอันตรายกับสุนัขอย่างไร ทาสหมาลองมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน
ขนาดคนอย่างเรายังต้องแปรงฟันและทำความสะอาดช่องปากเป็นประจำทุกวัน แล้วเราจะละเลยการดูแลสุขภาพช่องปากของน้องหมาน้องแมวไปได้อย่างไรจริงไหมคะ? เพราะการดูแลช่องปากในสุนัขและแมวถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก หากเจ้าของที่เลี้ยงดูเขาไม่ใส่ใจทุกปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น สัตว์เลี้ยงอาจเกิดปัญหาช่องปากโดยที่เราไม่รู้ตัว รู้อีกทีโรคเหล่านั้นก็สร้างความเจ็บปวดให้กับน้องหมาน้องแมว แถมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมของเขาด้วย “ช่องปากและฟัน” เป็นอวัยวะส่วนแรกที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของเราสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่กลับเป็นอวัยวะที่เจ้าของหลายคนไม่ได้ให้ความสำคัญจนกระทั่งน้องหมาน้องแมวแสดงอาการออกมา เช่น เหงือกเจ็บ ปากบวม ฟันโยก ฟันผุ หรือมีอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงจึงค่อยพามาหาสัตวแพทย์ กลายเป็นปัญหาหนักที่ต้องใช้เวลาในการรักษาเพิ่มขึ้น ทั้ง ๆ ที่โรคในช่องปากมีวิธีการดูแลและป้องกันไม่ยากเลยหากเจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความรู้และให้เวลาในการดูแล ฉะนั้นถ้าอยากรู้วิธีการดูแลสุขภาพช่องปากเพื่อสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับสุนัขและแมวของเรา ลองมาดูวิธีที่เรานำมาแนะนำกันค่ะ 1.พาสุนัขและแมวมาตรวจสุขภาพช่องปากกับสัตวแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน…









